เชียงใหม่ ชลประทานเชียงใหม่เดินหน้าสร้างอุโมงค์ผันน้ำแม่งัดไปแม่กวง ลำน้ำแม่แตงเข้าแม่งัดแก้ภัยแล้ง

Share This:

เชียงใหม่ ชลประทานเชียงใหม่เดินหน้าสร้างอุโมงค์ผันน้ำแม่งัดไปแม่กวง ลำน้ำแม่แตงเข้าแม่งัดแก้ภัยแล้ง อุทกภัยและสร้างระบบนิเวศน์ในพื้นที่ คาดแล้วเสร็จปี 64

ที่สำนักงานก่อสร้าง 1 สำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ กรมชลประทาน ตั้งอยู่เลขที่ 121 หมู่ที่ 2 ต.สันโป่ง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ นายจานุภัทร เลิศศิลป์เจริญ ผู้อำนวยการ สำนักงานชลประทานที่ 1 นายวงศ์พันธ์ วงศ์สมุทร หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม สำนักงานก่อสร้างชลประทานที่ 1 ได้แถลงข่าวความคืบหน้าการก่อสร้างอุโมงค์ส่งน้ำระหว่าง เขื่อนในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง อุทกภัย และระบบนิเวศน์ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายวิทย วงษ์กมลชุณห์ ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทาน ขนาดใหญ่ที่ 1 พร้อมคณะให้การต้อนรับ

นายวงศ์พันธ์ วงศ์สมุทร หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม สำนักงานก่อสร้างชลประทานที่ 1 กล่าวว่า พื้นที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำพูน มีความต้องการใช้น้ำสูงกว่าปริมาณน้ำต้นทุนใน อ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา เนื่องจากการใช้น้ำเพื่อการเกษตร การเติบโตด้านการท่องเที่ยว การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม การขยายตัวของชุมชน ราษฎรจึงได้ร้อง ขอให้แก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างเร่งด่วน ซึ่งทางโครงการฯ ได้ศึกษาความเหมาะสมแล้วเสร็จ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2545 ถึงการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จากนั้นก็ได้มีแนว คิดในการสร้างอุโมงค์ผันน้ำระหว่างเขื่อนขึ้นมา โดยเริ่มออกแบบแล้วเสร็จ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2552 จากนั้นทาง คชก. เห็นชอบ เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2553 โดยมีแนวคิด ในการก่อสร้างประตูระบายน้ำแม่ตะมาน ซึ่งมีขนาดกว้าง 10 เมตร จำนวน 4 ช่อง อุโมงค์ส่งน้ำ 2 ช่วง ได้แก่ 1. ช่วงแม่แตง–เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ขนาดความกว้าง 4.0 เมตร ยาว 25.624 กม. ปริมาณน้ำผ่านอุโมงค์สูงสุด 28.50 ลบ.ม.ต่อวินาที แบ่งสัญญาการก่อสร้างเป็น 2 สัญญา เนื่องจากอุโมงค์มีความยาว โดยสัญญาแรกวงเงินประมาณ 4,200 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 1,800 วัน สัญญาที่ 2 วงเงินประมาณ 3,100 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 1,800 วัน แผนการก่อสร้างในปี 2559 – 2564 โดยใช้พื้นที่ใต้ดิน ของอุทยานแห่งชาศรีลานนา ทั้งหมด 40 ไร่ รวมงบประมาณที่ใช้ทั้งหมด 7,300 ล้านบาท

2. ช่วงเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล – เขื่อนแม่กวงอุดมธารา ขนาดความกว้าง 4.2 เมตร ยาว 22.975 กม. ปริมาณน้ำผ่านอุโมงค์สูงสุด 26.50 ลบ.ม.ต่อวินาที ได้แบ่งสัญญาออกเป็น 2 สัญญา เนื่องจากอุโมงค์มีความยาว โดยสัญญาแรกนั้นวงเงินสัญญา 2,334,600,000 บาท เริ่มสัญญา 24 มีนาคม 2558 – 18 สิงหาคม 2564 สำหรับวิธีการที่ใช้นั้นจะใช้ ระบบเจาะและระเบิด ในการขุดเจาะอุโมงค์ ความยาว 12.500 กม. ใช้เวลาก่อสร้าง 2,340 วัน และสัญญาที่ 2 วงเงินสัญญา 1,880,800,000 บาท เริ่มสัญญา 28 เมษายน 2558 – 6 เมษายน 2562 ระยะเวลาก่อสร้าง 1,440 วัน ใช้เครื่องเจาะอุโมงค์ ความยาว 10.476 กม. โดยใช้พื้นที่ใต้ดินอุทยานแห่งชาติศรีลานนา ทั้งหมด 41 ไร่ รวมงบประมาณที่ ใช้ทั้งหมด 4,215,400,000 บาท ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า งบประมาณทั้งหมดที่ใช้ในการสร้างอุโมงค์ผันน้ำทั้ง 2 ช่วง ใช้งบประมาณ 11,515,400,000 บาท โดยจะเสร็จสมบูรณ์
ในปี 2564

นายจานุภัทร เลิศศิลป์เจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสาเหตุที่ว่าทำไมถึงไม่สามารถรับน้ำมาจากแม่น้ำปิง มาแทนการทุ่มงบสร้าง อุโมงค์ผันน้ำ เนื่องจากระดับความสูงของลำน้ำไม่เพียงพอที่จะสามารถส่งน้ำได้หากจะให้ระดับสูงเพียงพอจะต้องไปรับจากบริเวณอำเภอเชียงดาว ซึ่งระยะทางใกล้เคียงกับ แนวอุโมงค์แม่แตง-แม่งัด แต่พื้นที่ก่อสร้างจะอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ ซึ่งมีผลกระทบสิ่งแวดล้อมมากกว่า และผลประโยชน์ของโครงการก่อสร้างอุโมงค์ในครั้งนี้ สิ่งที่จะ ได้นั้นมีประโยชน์อย่างมหาศาล เพราะจะเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงฯ เฉลี่ยปีละ 160 ล้านลูกบาศก์เมตร สนับสนุนน้ำเพื่อการเกษตร อุปโภค – บริโภค อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว บรรเทาปัญหาอุทกภัยและลดความเสียหายจากน้ำท่วมในเขตจังหวัดเชียงใหม่ เพิ่มเสถียรภาพการส่งน้ำช่วงฤดูฝนของพื้นที่ชลประทาน จำนวน 175,000 ไร่ เพิ่มพื้นที่เพาะปลูกช่วงฤดูแล้งจาก 17,060 ไร่ เป็น 76,129 ไร่ เพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพในการจัดการน้ำในลุ่มน้ำปิงตอนบน และรักษา สมดุลนิเวศท้ายน้ำได้

 

ลาภิศ โรจน์วิกรัย รายงาน

Comments

comments