เชียงใหม่ ฝนหลวงเหนือปิดศูนย์แต่ไม่หยุดภาระกิจแก้ไขภัยแล้ง เติมน้ำและแก้ไขหมอกควัน

Share This:

เชียงใหม่ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือเร่งช่วยเหลือแก้ไขปัญหาภัยแล้ง เติมน้ำและแก้ไขหมอกควัน พื้นที่ภาคเหนือหลังฤดูฝนที่ผ่านมาเกิดภาวะฝนทิ้ง ช่วง ปริมาณน้ำในเขื่อนมีน้อยเข้าขั้นวิกฤต คาดว่าจะเริ่มส่งกระทบกับกับภาคเกษตรช่วงเดือนมกราคมปีหน้า

นางสาวหนึ่งฤทัย ตันติพลับทอง ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ เปิดเผยว่าศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือได้ปิดศูนย์ไปเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2558 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนเป็นต้นมาได้จัดชุดเฝ้าระวังเป็นชุดเคลื่อนเร็วในการขึ้นทำฝนหลวงตามกรมฝนหลวง ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2558 ถึงเดือนมีนาคม 2559 เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ทางการ เกษตรในการบรรเทาภัยแล้ง เพิ่มเติมน้ำต้นทุนให้กับเขื่อน และสร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ป่าไม้และป้องกันหมอกควันไฟป่า จำนวน 2 ชุดขึ้น ยเครื่องบินชนิดกาซ่า จำนวน 2 ลำ และเครื่องบินชนิดคาราแวน จำนวน 2 ลำ จะเข้าปฎิบัติไปตามศูนย์ที่เกิดกลุ่มเมฆช่วง 3-5 วัน ในแต่ภาระกิจ ก็จะวนไปแต่ละพื้นที่เอื้ออำนวยต่อการปฎิบัติการ

สรุปผลการทำฝนหลวงภาคเหนือ จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2558 โดยขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงรวม 225 วัน มีฝนตก 209 วัน คิด เป็น 93 เปอร์เซ็นต์ รวม 1,854 เที่ยวบิน รวมชั่วโมงบิน 3,044 ชั่วโมง ใช้สารฝนหลวงรวม 1,882.10 ตัน มีพื้นที่ได้รับผลประโยชน์รวม 15 จังหวัด 149 อำเภอ คิดเป็น 86 เปอร์เซ็นต์ 173 อำเภอ ขณะนี้ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ ได้จัดเตรียมความพร้อมทางด้านข้อมูลอุตุนิยมวิทยา ข้อมูลพื้นที่ทางการเกษตรสารฝนหลวง ยานพาหนะ อุปกรณ์ในการปฏิบัติ การฝนหลวง ตามนโยบายกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ในการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็วขึ้นดังกล่าว

ขณะที่นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการชลประทานเชียงใหม่ เปิดเผยถึงปริมาณน้ำในเขื่อนใหญ่หลังจาการสำรวจ แหล่งน้ำทั้งจังหวัดเหลือน้ำน้อยเข้าขั้นวิกฤตเฉลี่ยไม่ถึง 20% ของความจุเขื่อนใหญ่ 2 แห่งส่วนปริมาณน้ำ เขื่อนแม่งัด สมบูรณ์ชล อำเภอแม่แตง จำนวน 69.359 ล้านลูกบาศก์เมตรคิด เป็นร้อยละ 26 ส่วนเขื่อนแม่กวงอุดมธารา อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ปริมาณน้ำ 32.923 ล้าน ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 12 ซึ่งปีนี้นับได้ว่าภัยแล้งรุนแรงที่สุดในรอบ 20 ปีหลังจากช่วงฤดูฝนที่ผ่านมาฝนตกน้อยทำให้น้ำไหลเข้าเขื่อนน้อยคาดว่าจะเริ่มสร้างผลกระทบกับภาคการเกษตรในช่วงต้นเดือนมกราคมปีหน้าอย่างแน่นอน

 

ลาภิศ โรจน์วิกรัย ข่าว/ภาพ

Comments

comments