ชาวนาในอำเภอสันป่าตองยอมเสี่ยงทำนาปรังทั้งที่ไม่มีน้ำจากชลประทาน

Share This:

ชาวนาในอำเภอสันป่าตองยอมเสี่ยงทำนาปรังทั้งที่ไม่มีน้ำจากชลประทาน ต้องลงทุนเจาะน้ำบาดาลเองและสูบน้ำและสูบน้ำเข้าแปลงนาทุก 7 วันส่งผลให้มีค่าจ่าย เพิ่มขึ้นประมาณไร่ล่ะ 1,500 บาทนอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อต้นข้าวขาดน้ำเนื่องจากน้ำบาดาลอาจจะแห้งได้

นายชันไชย สุขแยง ชาวนาในหมู่บ้านศรีบุญเรือง ตำบลทุ่งสะโตก อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ กำลังเร่งสูน้ำบาดาลลงในแปลงนาข้าวของตนเองหลังจากได้ปลูก ข้าวนาปรัง ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา แม้ว่าขณะนี้ทางชลประทานจังหวัดเชียงใหม่ จะประกาศห้ามปลูกข้าวเนื่องจากพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ประสบปัญหาภัยแล้งเข้าขั้นวิกฤต อย่างไรก็ตามชาวนาในพื้นที่ตำบลทุ่งสะโตกหลายรายต้องยอมเสี่ยงทำนาในช่วงที่ขาดแคลนน้ำ เนื่องจากไม่มีทางเลือกอื่นเพราะว่าประสบปัญหาเรื่องราคาพืชผลทางการ เกษตรตกต่ำ

ด้านนายชันไชย สุขแยง เปิดเผยว่า ปีนี้ภัยแล้งมาเร็วกว่าทุกปีซึ่งปรกติ จะเกิดการขาดแคลนน้ำในช่วงประมาณเดือนเมษายน แต่ปีนี้ยังไม่ทันสิ้นปีแหล่งน้ำก็เริ่มแห้งแล้ว ซึ่งทุก ปีจะใช้น้ำจากน้ำแม่วางทำนาและมีน้ำตลอดจนถึงช่วงเกี่ยวข้าวประมาณเดือนเมษายน เนื่องจากพื้นที่ตำบลทุ่งสะโตกเป็นพื้นที่ ที่อยู่ปลายน้ำของลำน้ำแม่วาง นอกจากนี้ทุกปี ที่ผ่านมาตนจะทำนาปรังทั้งหมด 7 ไร่เพื่อนำข้าวที่ได้จากการทำนามาเก็บไว้เพื่อรับประทานส่วนที่เหลือก็จะนำไปขาย แต่ปีนี้ต้องลดพื้นที่การทำนาเหลือเพียง 2 ไร่เนื่องจาก ปัญหาภัยแล้ง ซึ่งปีนี้ต้องลงทุนเจาะน้ำบาดาลค่าจ้างในการเจาะน้ำบาดาลตกอยู่ที่บ่อล่ะ 5 พันบาท และต้องสูบน้ำเขานาเฉลี่ย ทุก 7 – 10 วันและสูบแต่ล่ะครั้งใช้เวลา 2 วันจ่าย เงินค่าน้ำมันเติมเครื่องสูบน้ำวันล่ะ 100 บาทตลอดการทำนาระยะเวลา 4 เดือน ประมาณ 3 พันบาท ทำให้ต้นทุนในการทำนารอบนี้เพิ่มสูงขึ้นถึง 8 พันบาทแล้ว อย่างไรก็ตาม
หากใกล้ช่วงฤดูเกี่ยวข้าวน้ำบาดาลที่เจาะไว้อาจจะแห้งลงได้เนื่องจากมีชาวนาหลายรายในพื้นที่ต่างสูบน้ำบาดาลใส่แปลงนาของตัวเองคาดการว่ามีทั้งหมดประมาณเกือบ 100 ไร่

 

ทีมข่าว PressPeoPle เชียงใหม่

Comments

comments