อุทยานหลวงราชพฤกษ์ได้ผลกระทบภัยแล้งแต่ไม่วิกฤต พร้อมรับมือปรับการใช้น้ำ

Share This:

เชียงใหม่ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ได้ผลกระทบภัยแล้งแต่ไม่วิกฤต พร้อมรับมือปรับการใช้น้ำรองรับพื้นที่สีเขียวกว่าร้อยละ 60 ใช้การรดน้ำยามเย็นไปจนถึงค่ำ เน้นการปลูกไม้ยืนต้นให้ร่มเงา หลังแหล่งน้ำดิบ 8 แห่งลดปริมาณลงมีน้ำใช้การได้เพียงร้อยละ 40 ต้องปรับแผนเสริมแนวกระสอบรอบอ่างเก็บน้ำเพื่อการกักเก็บเพิ่มในช่วง ฤดูฝนนี้

นายภูธาดล ธีรอธิยุต รองผู้อำนวยการอุทยานหลวงราชพฤกษ์ เชียงใหม่ กล่าวว่าจากปัญหาภัยแล้งปีนี้ยอมรับว่าเริ่มรุนแรงมากขึ้นยอมรับว่าได้รับผลกระทบแต่ไม่วิกฤต ซึ่ง อุทยานหลวงราชพฤกษ์ มีพื้นที่สีเขียวในการปลุกต้นไม้กว่าร้อย 60 เกือบ 500 ไร่ มีอ่างเก็บน้ำภายใน 6 แห่ง และด้านนอก 2 แห่ง มีน้ำสะสมเต็มความจุรวมจำนวน 6 แสน ลบ.ม. แต่ปริมาณการใช้น้ำในแต่ละปี 5 แสน ลบ.ม. การกักเก็บน้ำปีนี้ต้องลดลงไปเพียงร้อยละ 80 จากความจุเต็ม จากที่เคยใช้น้ำเกือบ 5 พัน ลบ.ม. ต่อวัน ปรับลดลงมาเหลือ เพียงวันละ 1 พัน ลบ.ม. เรียกว่ายใช้ให้น้อยเก็บให้มาก จากเดิมเคยรดน้ำต้นไม้ช่วงเช้า กลาง และเย็น ก็จะปรับมารดน้ำช่วงเย็นหรือค่ำแทน เพราะต้นไม้จะสามารถดูดซึมและ ลดการระเหยได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้มีการตรวจสภาพของพื้นดินปลูกต้นไม้ ทั้งไม้ใบ ไม้ดอก และสนามหญ้า หากไม่แห้งมากก็จะไม่รดน้ำ ส่วนไม้ใหญ่ 3-4 วันจะรด 1 ครั้ง

นอกจากนี้มีแผนการเสริมแนวอ่างเก็บน้ำขึ้นมาอีก 1 เมตร นำกระสอบทรายวางรอบในช่วงฤดูฝนหน้านี้เพื่อเพิ่มปริมาณการกักเก็บไว้ แทนการไปขุดสร้างแหล่งน้ำใหม่ ที่จะ ช่วยลดค่าใช้จ่าย แต่กลับได้น้ำเพิ่มมากขึ้น ก็จะทำให้มีน้ำเพียงพอต่อการใช้ไปตลอดทั้งปีนี้ อย่างไรก็ตามแหล่งน้ำหลักของอุทยานจะสูบมาจากคลองส่งน้ำชลประทานแม่แตง ซึ่งจะใช้การสูบในช่วงค่ำช่วงที่เกษตรกรไม่ใช้น้ำ สูบขึ้นมากักเก็บไว้ให้ได้มากที่สุด เชื่อว่าในปีนี้จะมีน้ำใช้ไปจนถึงเดือนมิถุนายน ของน้ำต้นทุนที่ใช้การได้ แต่ยังมีน้ำสำรอง จากจุดสูบที่พอจะเหลือใช้ต่อได้อีก จนกระทั่งถึงเดือนสิงหาคมหากไม่มีฝนตกลงช่วยก็ตาม

ทีมข่าว PressPeoPle  เชียงใหม่

Comments

comments