เตรียมพบอาณาจักรเต่ากว่า 30 สายพันธุ์มากที่สุดในประเทศไทย ที่สวนสัตวเชียงใหม่

Share This:

เตรียมพบอาณาจักรเต่ากว่า 30 สายพันธุ์มากที่สุดในประเทศไทย ที่สวนสัตวเชียงใหม่ในวันเต่าโลก 23 พค. จะเริ่มจัดแสดงเต่าหายาก เพาะพันธุ์ยาก เต่าใกล้สูญพันธุ์ติดไซเตส 1 กว่า 300 ตัว เพื่อสร้างจิตสำนึกให้ผู้คนกลับมาให้ความสนใจเพราะเต่าเป็นอีก 1 ระบบนิเวศที่สำคัญระหว่างวันที่ 20 -23 พค.นี้

นายนิพนธ์ วิชัยรัตน์ ผู้อำวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ เข้าตรวจสอบบริเวณ ส่วนจัดแสดงมินิซู เพื่อจัดเตรียมพื้นที่จัดกิจกรรมวันเต่าโลก 23 พฤษาคม 2559ซึ่งสวนสัตว์เชียงใหม่จะมีกิจกรรม พบ อาณาจักรเต่า ตั้งแต่วันที่ 20 -23 พค. ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น. ในการจัดแสดงเต่ากว่า 30 สายพันธุ์ กว่า 300 ตัว โดยมีเต่าที่ใกล้สูญพันธุ์อย่างเต่าดาวประเมียร์ม่า และเต่าราเดียตา หรือ เต่ารัศมีดารา ประเทศมาดากัสการ์ อยู่ในบัญชีไซเตสอันดับ 1 หรือ อนุสัญญาว่าด้วยการค้า
ระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์
ส่วนเต่าของไทยที่หาชมได้ยาก ใกล้สูญพันธุ์ชนิดหนึ่งเต่าเดือย หรือ เต่าควะ เต่าปูลูที่เป็นเต่าชนิดเดียวที่ปีนต้นไม้ได้กำลังใกล้สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทย แต่ก็พบตามแหล่งน้ำธรรมชาติของจังหวัดเชียงใหม่เพียงเล็กน้อยมาก เต่าเดือยก็เป็นอีกชนิดที่เพาะพันธุ์ได้ยากต่ที่สวนสัตว์เชียงใหม่นำมาเพาะเลี้ยงจำนวน 6 ตัว อายุ 6-7 ปี แต่ใช้ความพยายามที่จะเพาะขยายพันธุ์แต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จแต่สามารถเลี้ยงอยู่ได้นานจนถึงขณะนี้ ก็จะได้นำมาจัดแสดงให้ได้ชมในปีนี้
เต่าหกดำ เป็นเต่าที่เพาะพันธุ์ได้ยากมากที่ต้องใช้อุณหภูมิเป็นตัวกำหนด แต่สวนสัตว์เชียงใหม่กำลังประสบความสำเร็จสามรถเพาะขยายได้แล้วขณะนี้ และมีเต่าหกเหลือง ที่มีลักษณ์เช่นเดียวกันแต่มีสีเหลือง นอกจากนี้มีเต่าบกเต่าน้ำ เต่าอายุยืนเต่าอัลดาบร้า ที่มีอายุมากสุดในปัจจุบันที่พบ 253 ปียังไม่ตาย อย่างไรก็ตามในปีนี้จะมีการนำเต่าน้ำจืด น้ำกร่อยที่สวนสัตว์เชียงใหม่ได้เลี้ยงเพาะขยายพันธุ์ได้มาจัดแสดงให้ได้ชมเพื่อให้เกิดจิตสำนึกรักษาเต่า ให้ความสำคัญกับเต่านอกจากเอามาเลี้ยง หรือรับประทานตามความเชื่อต่างๆ แต่เต่าเป็นสัตว์อีกชนิดที่ช่วยระบบนิเวศบ่งชีถึงความสมบูรณ์ของพื้นป่า ทุกคนหันมาใส่ใจต่อเต่าโดยเแพาะเต่าของไทยที่กำลังจะสูญพันธุ์ นับเป็นสวนสัตว์เดียวในประเทศไทยที่มีการรวบรวมสายพันธุ์เต่าจากทั่วโลกมากที่สุดกว่า 30 สายพันธุ์ กว่า 300 ตัว บางชนิดก็เพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ได้ แต่บางชนิดก็ยังไม่สามารถเพาะขยายพันธุ์แต่สามารถเลี้ยงให้อยู่รอด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชียวชาญของผู้เพาะเลี้ยงและความใกล้เคียงจากธรรมชาติมากที่สุด ส่วนในอนาคดหากเพาะเลี้ยงได้มากจะมีการคืนเต่าสู่ถิ่นเกิด