เริ่มแล้วประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล หรือเสาหลักเมืองเชียงใหม่

Share This:

เริ่มแล้วประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล หรือเสาหลักเมืองเชียงใหม่ เพื่อสักการะบรรพบุรุษเสียสละผู้สร้างเมืองเชียงใหม่ ให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุขเป็นสิริมงคลแก่คนรุ่นหลัง พร้อมนำพระเจ้าฝนแสนห่า ออกแห่งไปรอบเมืองให้ประชาชนได้สรงน้ำเพื่อให้ฝนฟ้าตกถูกต้องตามฤดูกาล มีฝนตกลงมาเป็นแสนห่าและย้อนกลับมาใช้ชื่อตามวัดอินทขีลสะดือเมือง ที่ตั้งเสาหลักเมืองเดิม

ส่วนบรรยากาศประเพณีใส่ขันดอกอินทขีล หรือ บูชาเสาหลักเมือง ภายในวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ก็เริ่มมาตั้งแต่ช่วงบ่ายได้นำพระเจ้าฝนแสนห่า อัญเชิญจากวัดช่างแต้ม ขึ้นรถบุษบกมายังหน้าอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ แห่ไปรอบเมืองเชียงใหม่ มีริ้วขบวนของสภาวัฒนธรรมแต่ละอำเภอ จัดนางฟ้อนนางรำ เครื่องสักการะบูชาตามแบบล้านนา ให้ประชาชนได้กราบไหว้ขอพร ก่อนจะกลับมาประดิษฐาน ณ บุษบก ที่ทำขึ้นมาใหม่ให้ประชาชนได้สรงน้ำขอพร ตลอดการจัดงานตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 8 มิถุนายน เป็นออกประเพณี ประชาชนตลอดจนนักท่องเที่ยว นักเรียนนักศึกษา ที่เข้าร่วมกิจกรรมต่างพากันบูชาดอกไม้ธูปเทียนซึ่งทางวัดได้จัดเตรียมไว้ให้บูชาชุดละ 50 และ 100 บาท ได้ไปกราบไหว้บูชาเสาเหลักเมือง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยรอบ
ซึ่งช่วงที่เริ่มแห่พระเจ้าฝนแสนห่าก็เริ่มมีลมพัดแรงกระโชกมาเป็นระยะ ท้องฟ้ากลับมืดครึ้มตลอดจนกระทั่งช่วงพิธีเปิดงาน โดยนายนายประวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมข้าราชการ ภาควิสาหกิจ ภาคเอกชน องค์กรต่างๆ ประชาชน ได้ร่วมพิธีเปิดงานประเพณีใส่ขันดอกเสาอินทขีลประจำปี 2559 ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังวัดเป็นอย่างมาก ภายหลังผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้เข้าจุดธูปเทียนสักการะพระเจ้าฝนแสนห่า และสรงน้ำ ท้องฟ้ามืดครึ้มขึ้นมาอีกครั้งมีก้อนเมฆลอยมาบดบังยังบริเวณจัดงาน และกระแสลมพัดแรงเข้ามา ก่อนจะเดินใส่ขันดอกตามจุดก็เกิดฝนตกลงมาต่อเนื่องนานกว่า 20 นาทีจนกระทั่งพิธีแล้วเสร็จ ก็เชื่อว่าเทวดาฟ้าดิน บรรพบุรุษและสิ่งศักดิ์ จึงได้โปรยน้ำฝนลงมาเสมือนให้น้ำพระพุทธมนต์ให้เกิดความชุ่มเย็นเป็นสุขของชาวเชียงใหม่ ซึ่งทางวัดจะเปิดให้ประชาชนได้เข้ามาใส่ขันดอกกราบไหว้บูชาเสาหลักเมืองแต่ภายในเสาหลักเมืองจะห้ามผู้หญิงเข้า

ส่วนการเปลี่ยนจากเดิมใช้อินทขีล มาเป็นอินทขีล นั้น เนื่องจากเดิมเสาหลักเมืองเคยตั้งอยู่ ที่วัดอินทขีลสะดือเมือง มีเนื้อที่ประมาณ 3ไร่เศษ เดิมทีเป็นวัดร้างและเคยเป็นที่ประดิษฐานเสาอินทขีล (เสาหลักเมือง) ของเมืองเชียงใหม่ สร้างโดยพระญามังรายมหาราชผู้ก่อตั้งนครเชียงใหม่ เมือประมาณปี พ.ศ.1839 ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ คำว่า อินทขีล มาจากคำว่า อินทขีละ ในภาษาบาลี ซึ่งแปลว่า เสาเขื่อน,เสาหิน,หรือเสาหลักเมือง ส่วนคำว่า สะดือเมือง นั้นเนื่องจากวัดตั้งอยู่ใจกลางของเมืองเชียงใหม่ผู้คนทั้งหลายจึงนิยมเรียกกันติดปากว่า วัดสะดือเมือง ดังนั้นทางวัดจึงตั้งชื่อว่า วัดอินทขีลสะดือเมือง

11720006

00361.MTS_000002887

11720033

11720029

11720016