เชียงใหม่ ยกระดับผู้ต้องขังหญิงสู่งานทอผ้าไหมแห่งแรกของเรือนจำในประเทศไทย

Share This:

เชียงใหม่ ยกระดับผู้ต้องขังหญิงสู่งานทอผ้าไหมแห่งแรกของเรือนจำในประเทศไทย เสริมอาชีพเสริมรายได้ทั้งอยู่และออกเรือนจำไปแล้ว ขณะนี้ผลิตส่งขายไม่ทัน 1 ผืนใช้เวลา 3 เดือนยาว 4 เมตร 20 เซนิเมตร ของผู้หญิงใช้ตัดชุดในผืนเดียวกัน ผ้าไหมยกดอกลำพูนได้รับตรานกยูพระราชทาน ราคาตั้งแต่ 2,500 บาทขึ้นถึงหลักหลายหมื่น

ที่ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ กรมหม่อนไหม พร้อมภาคเอกชนกลุ่มเซ็นทรัลจำกัด สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย หรือ สกว. ได้นำกีทอผ้าไหม พร้อมอุกปกรณ์ มอบให้กับทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ โดยมีนายวสันต์ นุ้ยภิรมย์ รองอธิบดีกรมหม่อนไหม นางสุพัตรา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักงานองค์กรสัมพันธ์และภาพลักษณ์ กลุ่มเว็นทรัล จำกัด และผช.ศ.ดร.บัญชา แก้วส่อง ผอ.ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น สกว. ได้ส่งมอบให้กับนางอารีรัตน์ เทียมทอง ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ เพื่อนำให้ผู้ต้องขังหญิง ที่สนใจฝึกวิชาชีพด้านการทอผ้าไหมนำไปฝึกใช้เสริมอาชีพภายหลังพ้นโทษไปแล้วจะได้มีอาชีพหลักติดตัวออกไปเพื่อเลี้ยงตนเองและครอบ

อย่างไรก็ตามนับเป็นทัณฑสถานหญิงแห่งแรกที่ได้นำการทอผ้าไหมและผ้าฝาย เข้ามาฝึกอาชีพ โดยมีมหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทิร์น เชียงใหม่ จัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนที่ได้มาตรฐาน โดยผลิตภัณฑ์ผ้าไหมยกดอกลำพูนจะได้รับตราสัญลักษณ์นกยูงพระราชทาน ของกรมหม่อนไหม เป็นการรับรองมาตรฐานคุณภาพของผ้าไหมที่ผ่านการทอจากทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ทุกผืน เพื่อนำไปจำหน่าย ซึ่งราคาเริ่มต้นที่ 2,500 บาท ไปจนถึงหลักหลายหมื่นบาทขึ้นอยู่ลวดลายและการทอ ส่วนกี่ทอผ้าทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ทอผ้าไหม 32 ตัว ทอผาฝาย 8 ตัว ส่วนผ้า 1 ผืน ใช้เวลาการทอ 3 เดือน โดยแบ่งเป็นของผู้หญิง 4 เมตร 20 เซนติเมตร นำไปตัวเสื้อและผ้าถุง ส่วนของผู้ชายจะทอครั้งละ 20 เมตร เพื่อนำไปตัดเป็นเสื้อ ขณะเดียวกันได้นำผ้าไหม 3 ผืนแรกที่ผู้ต้องขังได้ร่วมกันทอขึ้นมาจัดแสดงโดยไม่จำหน่าย

Comments

comments