ปัญหารถบรรทุกวิ่งเส้นทางคันคลองชลประทานไปและกลับแออัดเส้นทางอันตรายสุด

Share This:

ปัญหารถบรรทุกวิ่งเส้นทางคันคลองชลประทานไปและกลับแออัด เส้นทางแคบมักเกิดอุบัติเหตุบ่อยกับผู้ขับขี่รถจักรวานยนต์ ประชาชนร้องเรียนวอนทุกเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเพิ่มการเข้มงวดรถบรรทุกขนาดใหญ่ใช้ความเร็วจนกลายเป็นเส้นทางอันตรายสุดเสี่ยงขับรถจักรยานยนต์

ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากประชาชน จำนวนมากขอให้ช่วยดำเนินการเป็นสื่อกลางเพื่อให้ภาครัฐส่วนที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการกับรถบรรทุกขนาดขนาดกลาง ขนาดใหญ่และรถ พ่วง 18 ล้อ ที่ใช้เส้นทางสายคันคลองชลประทานตั้งแต่สี่แยกสะเมิงไปจนถึงถนนตัดใหม่หรือเส้นเลี่ยงสันป่าตอง มีการแออัดมากของรถขนาดใหญ่ที่วิ่งตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นช่วงการจราจรคับคั่ง รถเหล่านี้จะวิ่งทำเที่ยวทั้งรถขนดิน ขนทรายและขนส่งสินค้า
จากปัญหาที่ต้องการให้สำรวจเพราะรถเหล่านี้มักจะขับขี่รวดเร็วโดยเฉพาะขากกลับจากการทำดิน ทราย ไปส่งยังจุดหมายมักจะขับขี่อย่างรวดเร็ว ซึ่งถนนเป็น 2 ช่องทาง ซึ่งรถขนาดใหญ่ตั้งแต่สิบล้อขึ้นไปจะเต็มถนน ไม่สามารถหลบหรือให้ทางกับรถที่ตามหลังมาได้ ก็จะทำให้รถติดตามกันเป็นทางยาวอย่างที่ผู้สื่อข่าวได้วิ่งสำรวจ หากมีรถจะเลี้ยว จอดข้างทางจะเป็นอันตรายต่อผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์มากเพราะไหลทางหรือช่องทางรถจักรยานยนต์มีเพียงช่องทางเดียวก็จะต้องขับรถหักหลบเข้ามาทำให้เสี่ยงต่อาการถูกเฉี่ยวชนได้ง่ายมาก

27 07 59 -5 ปัญหารถบรรทุกวิ่งเส้นทางคันคลองชลประทานไปและกลับแออัด.mp4_000193674
อย่างไรก็ตามพบว่าความแออัดของรถขนาดใหญ่ที่หลบจากเส้นทางหลักเชียงใหม่ – ฮอด มาใช้เส้นทางนี้ โดยเฉพาะรถบรรทุกทรายและดิน มักเกิดเฉี่ยวชนอุบัติเหตุกับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ซึ่งจะเห็นล่าสุดที่ผู้สื่อข่าวได้ประสบกับรถจักรยานยนต์ของนักท่องเที่ยวถูกเบียนจนล้ม ได้รับบาดเจ็บไม่หนัก แต่ถนนเส้นนี้จะมีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง บาดเจ็บเบา ปานกลางและถึงขั้นเสียชีวิตและทรัยพ์สินเป็นประจำ ทั้งนี้จากการสำรวจไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่จเข้ามาดำเนินการกวดขันทางวินัยการขับขี่รถ แม้กระทั่งป้ายแจ้งเตือนจำกัดความเร็วของถนนเส้นนี้ และมักมีรถบรรทุกกระทำผิดหลบเลียงมาใช้เส้นทางนี้
ประชาชนขอฝากให้ผู้สื่อข่าวเป็นสื่อกลางสำรวจจากข้อเท็จจริงนำเสนอให้ภาครัฐหั่นมาให้ความสนใจชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ถึงจะมีการจัดเตรียมก่อสร้างถนนเพิ่มเติมก็ตาม แต่ช่วงเช้าและเย็นเป็นเวลาเร่งด่วนควรจัดมาตรการที่เหมาะสมควบคุมการวิ่งรถบรทุกขนาดใหญ่ โดยเฉพาะช่วงกลางคืนที่ไฟส่องสว่างบางจุดแถบจะไม่มีมืดมากอาจเป็นจุดเสี่ยงก่อเหตุร้ายเพราะบางช่วงก็ไม่มีบ้านคนอาศัยอยู่เส้นทางแคบมักเกิดอุบัติเหตุบ่อยกับผู้ขับขี่รถจักรวานยนต์ ประชาชนร้องเรียนวอนทุกเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเพิ่มการเข้มงวดรถบรรทุกขนาดใหญ่ใช้ความเร็วจนกลายเป็นเส้นทางอันตรายสุดเสี่ยงขับรถจักรยานยนต์
27 07 59 -5 ปัญหารถบรรทุกวิ่งเส้นทางคันคลองชลประทานไปและกลับแออัด.mp4_000018207

ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากประชาชน จำนวนมากขอให้ช่วยดำเนินการเป็นสื่อกลางเพื่อให้ภาครัฐส่วนที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการกับรถบรรทุกขนาดขนาดกลาง ขนาดใหญ่และรถ พ่วง 18 ล้อ ที่ใช้เส้นทางสายคันคลองชลประทานตั้งแต่สี่แยกสะเมิงไปจนถึงถนนตัดใหม่หรือเส้นเลี่ยงสันป่าตอง มีการแออัดมากของรถขนาดใหญ่ที่วิ่งตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นช่วงการจราจรคับคั่ง รถเหล่านี้จะวิ่งทำเที่ยวทั้งรถขนดิน ขนทรายและขนส่งสินค้า
จากปัญหาที่ต้องการให้สำรวจเพราะรถเหล่านี้มักจะขับขี่รวดเร็วโดยเฉพาะขากกลับจากการทำดิน ทราย ไปส่งยังจุดหมายมักจะขับขี่อย่างรวดเร็ว ซึ่งถนนเป็น 2 ช่องทาง ซึ่งรถขนาดใหญ่ตั้งแต่สิบล้อขึ้นไปจะเต็มถนน ไม่สามารถหลบหรือให้ทางกับรถที่ตามหลังมาได้ ก็จะทำให้รถติดตามกันเป็นทางยาวอย่างที่ผู้สื่อข่าวได้วิ่งสำรวจ หากมีรถจะเลี้ยว จอดข้างทางจะเป็นอันตรายต่อผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์มากเพราะไหลทางหรือช่องทางรถจักรยานยนต์มีเพียงช่องทางเดียวก็จะต้องขับรถหักหลบเข้ามาทำให้เสี่ยงต่อาการถูกเฉี่ยวชนได้ง่ายมาก


อย่างไรก็ตามพบว่าความแออัดของรถขนาดใหญ่ที่หลบจากเส้นทางหลักเชียงใหม่ – ฮอด มาใช้เส้นทางนี้ โดยเฉพาะรถบรรทุกทรายและดิน มักเกิดเฉี่ยวชนอุบัติเหตุกับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ซึ่งจะเห็นล่าสุดที่ผู้สื่อข่าวได้ประสบกับรถจักรยานยนต์ของนักท่องเที่ยวถูกเบียนจนล้ม ได้รับบาดเจ็บไม่หนัก แต่ถนนเส้นนี้จะมีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง บาดเจ็บเบา ปานกลางและถึงขั้นเสียชีวิตและทรัยพ์สินเป็นประจำ ทั้งนี้จากการสำรวจไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่จเข้ามาดำเนินการกวดขันทางวินัยการขับขี่รถ แม้กระทั่งป้ายแจ้งเตือนจำกัดความเร็วของถนนเส้นนี้ และมักมีรถบรรทุกกระทำผิดหลบเลียงมาใช้เส้นทางนี้
ประชาชนขอฝากให้ผู้สื่อข่าวเป็นสื่อกลางสำรวจจากข้อเท็จจริงนำเสนอให้ภาครัฐหั่นมาให้ความสนใจชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ถึงจะมีการจัดเตรียมก่อสร้างถนนเพิ่มเติมก็ตาม แต่ช่วงเช้าและเย็นเป็นเวลาเร่งด่วนควรจัดมาตรการที่เหมาะสมควบคุมการวิ่งรถบรทุกขนาดใหญ่ โดยเฉพาะช่วงกลางคืนที่ไฟส่องสว่างบางจุดแถบจะไม่มีมืดมากอาจเป็นจุดเสี่ยงก่อเหตุร้ายเพราะบางช่วงก็ไม่มีบ้านคนอาศัยอยู่

Comments

comments