หมู่บ้านต้นแบบแห่งเดียวปลูกหม่อนเลี้ยงไหมแบบครบวงจรสู่กระบวนการผลิตจังหวัดเชียงใหม่

Share This:

IMG_3774 เตรียมส่งเสริมสร้างเอกลักษณ์ลายลิ้นจี่สน พร้อมส่งเสริมสู่วิสาหกิจชุมชน เป็น 1 ใน 84 กลุ่ม หมู่บ้านอนุรักษ์ไหมไทยพื้นบ้านเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2559

ผู้สื่อข่าวพาไปดูกลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านโป่งถืบใน ตำบลเวียง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับคัดเลือกจากกรมหม่อนไหม หมู่บ้านต้นแบบ เข้าสู่โครงการหมู่บ้านอนุรักษ์ไหมไทยพื้นบ้านเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2559 เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณ และพระมหากรุณาธิคุณอันไพศาลต่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูไหมไทยให้เป็นอาชีพเสริมให้แก่เกษตรกร ผู้ยากไร้มีชีวิตที่ดีขึ้น และสร้างความเป็นเอกลักษณ์ของผ้าไหมไทยตลอดไป หมู่บ้านจำนวน 2 หมู่บ้าน คือ บ้านโป่งถืบใน ตำบลเวียง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ และบ้านห้วยเดื่อ ตำบลผาบ่อง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยได้คัดเลือกให้บ้านโป่งถืบในเป็นหมู่บ้านนำร่อง เป็นหมู่บ้านต้นแบบครบวงจรจากการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ปั้นฝ่าย ทอผ้าและจำหน่าย
IMG_3721

IMG_3718
นางสมจิต สังสัมฤทธิ์ ประธาน กลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านโป่งถืบใน กล่าวว่า ขณะนี้มีสมาชิกทั้งหมดจำนวน 16 คน หมู่บ้านแห่งนี้เป็นกลุ่มอพยพมาจากจังหวัดนครราชสีมา และได้นำอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และการทอผ้าติดตัวมาด้วยได้สืบทอดต่อกันมาจากรุ่งสู่รุ่น ซึ่งปัจจุบันเลี้ยงไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้าน และพันธุ์ไทยลูกผสม ด้วยทำการเลี้ยงแยกกัน โดยจะสาวไหมเป็นเส้นไหมขาย ทอผ้าขาย และทอผ้าไหมมัดหมี่ที่ยังจำหน่ายในพื้นที่และตามงานต่างในจังหวัดเชียงใหม่
แต่ผ้าไหมทอของที่นี้คงเป็นงานเอกลักษณ์คือลวดลายแบบโบราณที่สืบทอดต่อกันมา 5- 6 รุ่น แต่ปัจจุบันกลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านโป่งถืบใน เอกมีประชามติเห็นชอบที่จะสร้างลวดลายผ้าอัตลักษณ์ของกลุ่มคือ ลายลิ้นจี่สน ซึ่งลิ้นจี่เป็นตัวแทนของผลไม้ที่ขึ้นชื่อของอำเภอฝาง ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาตัวลายให้ได้ใกล้เคียงกับของจริงมากที่สุด ส่วนผ้าขายตอนนี้ตกผืนละ 2,000 – 3,000 บาท ก็ขึ้นอยู่กับความอยากง่ายของลวดลาย ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเป็นอาชีพเสริมแล้ว อาชีพหลักคือ ทำสวนลิ้นจี่ และทำการเกษตร

Comments

comments