สวดถอนทัณฑสถานหญิงเดิม ไล่สิ่งอัปมงคลก่อนพัฒนาเป็นข่วงหลวงเวียงแก้ว

Share This:

จังหวัดเชียงใหม่ ทำพิธีสวดถอน ข่วงหลวงเวียงแก้ว หรือทัณฑสถานหญิงเดิม เพื่อถอดถอน สิ่งอัปมงคลตามความเชื่อโบราณ ก่อนที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว หลังจากที่กรมศิลปกรขุดค้นพบโบราณวัตถุอายุและเศษเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์หยวน ที่มีอายุเก่าแก่ประมาณ 760 ปี พร้อมเปิดให้เข้าชม ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ เดิม และหลักฐานการขุดค้นทางโบราณคดีที่ค้นพบ

ที่บริเวณลานกลาง ข่วงหลวงเวียงแก้ว หรือทัณฑสถานหญิงเดิม พระสงฆ์จำนวน 9 รูปจากวัดต่างๆในจังหวัดเชียงใหม่ ได้ทำพิธีสวดถอน เพื่อถอดถอนสิ่งอัปมงคลในข่วงหลวงเวียงแก้ว ตามความเชื่อโบราณของชาวล้านนา โดยในพิธีพระสงฆ์ที่เข้าสวดได้ทำการกรวดน้ำและใช้คอนทุบผืนดินตลอดจนสิ่งก่อสร้างแล้วหยิบมาใส่ไว้ในสะตวงหรือกระทงที่ทำจากกาบกล้วย นอกจากนี้พระสงฆ์ได้ทำพิธีสวดถอนตามมุมกำแพง ทั้งสี่ทิศของข่วงหลวงเวียงแก้วก่อนจะนำเศษดินและเศษปูนที่ทุบออกมาแล้วมาใส่ไว้ในสะตวงไปไว้ที่ป่าช้า หลังจากทำพิธีสวดถอนเสร็จนายปวิน  ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เป็นประธานพิธีเจริญพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อไปพร้อมกันนี้ได้เปิดให้ประชาชนได้ชมทัณฑสถานหญิงเดิม และหลักฐานการขุดค้นทางโบราณคดีที่ค้นพบจนถึงวันที่ 11 สิงหาคมนี้ 

สำหรับข่วงหลวงเวียงแก้ว สมัยก่อนเรียกว่าคุ้มหลวงเวียงแก้ว อดีตเป็นเขตพระราชฐานของบูรพกษัตริย์และเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ สันนิษฐานว่า สร้างมาพร้อมกับการสร้างเวียงเชียงใหม่ของพญามังราย ซึ่งภายในเวียงแก้วเดิม มีกำแพงแบ่งอาณาเขตออกเป็น 3 ส่วน คือส่วนเหนือ ส่วนใต้ และส่วนตะวันออก ภายในเวียงแก้วแต่ละส่วนประกอบไปด้วยหมู่อาคารราชมณเฑียร ทั้งนี้ในช่วงรัชสมัยเจ้าอินทวโรรสสุริยวงษ์ ครองนครเชียงใหม่ขณะนั้น เชียงใหม่มีฐานะเป็นมณฑลพายัพในกำกับของรัฐบาลสยาม พื้นที่เวียงแก้วเป็นที่รกร้างไม่มีสิ่งปลูกสร้างใดๆ เจ้าอินทวโรรสสุริยวงษ์ได้ยกพื้นที่เวียงแก้วส่วนใต้ทำเป็นเรือนจำ

โดยในปี 2529 ชาวเชียงใหม่ได้เรียกร้องให้มีการคืนพื้นที่ทัณฑสถานเชียงใหม่ ให้เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เช่นเดิม และคณะรัฐมนตรีได้มีมติในปี 2532 ให้กรมราชทัณฑ์ คืนพื้นที่ดังกล่าว จนกระทั่งในปี 2555 จึงมีการคืนพื้นที่ให้กรมธนารักษ์ และจังหวัดเชียงใหม่ ขอใช้พื้นที่ดังกล่าวดำเนินโครงการ ข่วงหลวงเวียงแก้ว โดยให้สำนักศิลปากรที่ 8 ขุดค้นทางโบราณคดีในพื้นที่ของทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ เดิม ตามโครงการพัฒนาข่วงหลวงเวียงแก้ว พบหลักฐานเศษเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์หยวน อายุราว 760 ปี และพบว่ามีการใช้ประโยชน์พื้นที่มาตั้งแต่ต้นสมัยล้านนา ขณะเดียวกันพบแนวกำแพงอิฐเก่าชี้ชัดขอบเขตเวียงแก้วที่ตั้งคุ้มหลวงเจ้าครองนครเชียงใหม่

สำหรับโครงการพัฒนาข่วงหลวงเวียงแก้ว เป็นโครงการพัฒนาพื้นที่เดิมของทัณฑสถานหญิงจังหวัดเชียงใหม่ เกิดขึ้นจากการต้องให้มีการพัฒนาพื้นที่กลางเมืองเชียงใหม่ โดยย้ายทัณฑสถานหญิงออกไป จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับจัดสรรงบประมาณ 150 ล้านบาท ดำเนินโครงการพัฒนาข่วงหลวงเวียงแก้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ จังหวัดเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพในการจัดเวทีและกระบวนการ ศึกษาและมอบหมายให้สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดำเนินงานโครงการประชาสัมพันธ์และรับฟังความคิดเห็นแนวคิดการพัฒนาข่วงหลวง เวียงแก้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์แนวทางในการพัฒนาข่วงหลวงเวียงแก้ว และจัดทำข้อสรุปความคิดเห็นต่อแนวทางในการพัฒนาข่วงหลวงเวียงแก้วที่สามารถ นำไปประกอบในการดำเนินการพัฒนาข่วงหลวงเวียงแก้วในอนาคต และการศึกษาในครั้งนี้เป็นการศึกษา โดยนำผลการศึกษาในอดีตที่เคยศึกษาไว้มาต่อยอดและรวบรวมเรียบเรียงเป็นผลการศึกษา

การพัฒนาข่วงหลวงเวียงแก้วในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน นักวิชาการ องค์กรอิสระ และประชาชน ผู้สนใจเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการดำเนินการก่อสร้างภายใต้โครงการ พัฒนา ข่วงหลวงเวียงแก้ว จังหวัดเชียงใหม่ จึงได้ดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและอาคารทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ เดิมจำนวน 36 หลัง โดยเริ่มทำการรื้อถอนอาคารบ้านพักภายนอกเขตกำแพงทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ เดิมตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2559 โดยมีระยะเวลาในการดำเนินการรื้อถอนทั้งสิ้น 90 วัน

000000000จบ000000000

Comments

comments