เชียงใหม่ หัวใจ ภปร. ณ หน้าหอคำหลวง หรือมีชื่อเรียกว่า “ ลานราษฎร์รักบาท” อุทยานหลวงราชพฤกษ์

Share This:

อีกหนึ่งพลังชาวเชียงใหม่นับหมื่นร่วมจดเทียนถวายอาลัย พร้อมแปลอักษรเชียงใหม่ หัวใจ ภปร. ณ หน้าหอคำหลวง หรือมีชื่อเรียกว่า “
ลานราษฎร์รักบาท” อุทยานหลวงราชพฤกษ์

2016_11_02_18_02_51-mp4_000042084

ส่วนอีกภาพบรรบรรยากาศในช่วง 18.39 น. ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดพิธีจุดเทียนถวายอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อมการแปลอักษร เป็นเชียงใหม่ หัวใจ ภปร. จากภามุมสูง อีกมุมหนึ่งที่เห็นความงดงามของพลังประชาชนนับหมื่นๆ คนของชาวเชียงใหม่ทุกหมู่เหล่าพากันเดินทางเข้ามาเพื่อร่วมพลังของชาวเชียงใหม่มีความจกรักภักดี น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย เพราะจังหวัดเชียงใหม่ได้รับพระกรุณาธิคุณ โดยเสด็จพระราชดำเนินเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2501 เป็นต้นมาและเสด็จพระราชดำเนินต่อเนื่องถึง 92 ครั้ง พร้อมพระราชทานโครงการหลวง โครงการพระราชดำริ แก้ปัญหาการปลูกฝิ่น บนพื้นที่สูง และโครงการพัฒนาด้าน ศึกษา สาธารณสุข และด้านอื่น ๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณลมหนาว ที่พระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ส่งเสริมให้พสกนิกรปลูกพืชผักดอกไม้เมืองหนาวกลายเป็นพืชเศรษฐกิจทางจังหวัดจึงได้จัดงานขึ้นที่หน้าหอคำซึ่งเป็นลาดพระบาทของพระองค์ท่าน

2016_11_02_19_06_02-mp4_000009172

ประวัติความเป็นมาของอุทยานหลวงราชพฤกษ์
เนื่องในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ใน พ.ศ.2549 และทรงเจริญพระชนมายุ 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 และคณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2546 เห็นชอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดงานมหกรรมพืชสวนโลก 2549 ณ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ (พื้นที่ 468 ไร่ 3 งาน 10 ตารางวา)โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2549 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2550 รวม 92 วันภายใต้ชื่อ “มหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549” ซึ่งเป็นงานที่ประเทศไทยประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากจากความสำเร็จของการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 ที่ได้รับการตอบรับทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเป็นอย่างดี คณะรัฐมนตรีจึงมีมติ เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2551 ให้สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) เข้ามาบริหารจัดการและใช้ประโยชน์พื้นที่สวนเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารจัดการและปฏิบัติงานด้านต่างๆ มีภารกิจหลักในการพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้พืชสวนและเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตรและวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงใหม่และประเทศไทย เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2552 และมีการส่งมอบสวนเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 ในวันที่ 10ธันวาคม 2552

ชื่อ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ นั้น หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี องค์ประธานมูลนิธิโครงการหลวง ได้มีลายพระหัตถ์ ขอพระราชทานชื่อสวนซึ่งเป็นสถานที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 ณ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ว่า “สวนหลวงราชพฤกษ์” ต่อมาท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ รองราชเลขาธิการ ปฏิบัติราชการแทนราชเลขาธิการ ได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อสวนดังกล่าวว่า “อุทยานหลวงราชพฤกษ์” ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2553 และได้รับพระราชทานชื่อภาษาอังกฤษว่า “RoyalPark Rajapruek” ตามหนังสือสำนักราชเลขาธิการที่ รล. 003.4/55045 ลงวันที่ 22 มีนาคม 2553 และความหมายของชื่อ อุทยานหลวงราชพฤกษ์หมายถึง สวนของพระมหากษัตริย์ลานราษฎร์รักบาท
พื้นที่บริเวณทางเข้าหน้าหอคำหลวงมีชื่อเรียกว่า “ลานราษฎร์รักบาท” มีการตกแต่งด้วยซุ้มเฉลิมพระเกียรติฯจำนวน 30 ซุ้ม ในแต่ละซุ้มจัดแสดงภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจและพระบรมราโชวาทบริเวณซุ้ม เป็นสถาปัตยกรรมล้านนา มีการจัดแสดงรูปปั้นเทวดาประจำซุ้ม ซุ้มละ 2 องค์ จึงมีเทวดาจำนวนทั้งหมด 60 องค์ เป็นสัญลักษณ์แทนการครองราชย์ครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

 

Comments

comments