ชมเส้นทางเสด็จของพ่อครั้งแรกปี 2506 ไปบ้านม้งดอยปุย ยังคงรักษาพร้อมลำรึกในพระมหากรุณาธิคุณ

Share This:

ครั้งแรกทีมข่าวได้สำรวจเส้นทางเดินของพ่อครั้งแรกเสด็จพระราชกรณียกิจเมื่อปี 2506 เพื่อเดินเข้าสู่บ้านม้งดอยปุย ระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเกือบ 30 นาที เพราะสภาพเส้นทางเดินบางจุดสูงชันโดยไม่มีการใช้งานมากว่า 40 ปี เป็นครั้งแรกทีมข่าวชุดแรกรับโอกาศจากอดีตผู้ใหญ่พร้อมชาวบ้านพาเดินชมที่ใครหลายคนไม่เคยเห็น

1

อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของทีมข่าว ได้รับโอกาศจากนายยิ่งยศ หวังวนวัฒน์ อายุ 63 ปี พร้อมกลุ่มชาวบ้านผู้หญิงเป็นชุดที่เดินเท้าจากหมู่บ้านไปยังศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่เพื่อร่วมการถวาายความอาลัยของชาวม้งจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเส้นทางนี้พระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ 9 ได้เสด็จพร้อมพระราชินี ได้เดินเท้ามายังบ้านม้งดอยปุยเป็นครั้งแรกปี 2506 และใช้เสด็จจนถึงปี 2508 ก่อน จะมีเส้นทางถนนเข้ามายังหมู่บ้านระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร หลังจากนั้นก็ไม่ได้ใช้งานอีกมีเพียงชาวบ้านจะเดินเก็บฝืนหาของป่าบางแต่ก็ไม่ได้เดิน แต่เดิมเป็นเส้นทางเดินของชาวบ้านเพื่อเดินทางออกไปเพื่อค้าชายซื้อข้าวของเข้ามาในหมู่บ้าน โดยด้านบนจะเป็นเส้นทางถนนจะต้องจอดรถไว้ด้านบนแล้วเดินไปยังหมู่บ้าน ซึ่งพระองค์ใช้การเดินเท้าไปกลับ แต่การเดินกลับลำบาคมากเพราะต้องเดินขึ้นทางสูงที่ต้องใช้เวลามากกว่าการเดินลง ด้านบนจะมีลาดจอดรถของในหลวงรัชกาลที่ 9 ก่อนจะเดินเท้าลงไปยังหมู่บ้าน
อย่างไรก็ตามเส้นทางดังกล่าวไม่ได้ใช้งานมานานกว่า 40 ปีจวบจนปัจจุบัน การเดินเท้าตามรอยพ่อครั้งนี้ถือเป็นการระลึกถึงพระองค์ท่าน ที่ทรงเดินเท้าสเด็จมายังหมู่บ้าน นับวังไม่มีใครเคยเห็นเส้นทางพระราชดำเนินที่พระองค์ท่านต้องเดินเท้าลุยป่า สภาพเส้นทางลาดชัด เป็นชองทางแคบๆ กับภสพาป่าที่ยังสมบูรณ์หลังจากชาวบ้านได้ช่วยกันดูแลมาหยุดการทำลายป่าตัดไม้ ซึ่งจุดที่เดินลงมาบริเวณต้นกล้วยที่ขึ้นและป้ายบอกนั้น แต่เดิมจะพบไร่ฝิ่นที่พระองค์ได้ทรงเห็นเป็นครั้งแรก และตรัสกับชาวบ้านจะขอให้ปรับเปลี่ยนจากการปลูกฝิ่นมาปลูกพืชอื่นแทน โดยเฉพาะต้นกาแฟพระราชทานที่นำมา
ปลูกแทนฝิ่น ณ จุดที่พระองค์ได้ยืนตรัสกับชาวบ้าน

2

ขณะเดียวกันการสำรวจเส้นทางของพ่อนับเป็นครั้งแรกที่มีนักข่าวและประชาชนทั่วไปจะได้เห็นว่าพระองค์ท่าจะต้องยากลำบาคขนาดไหนในการเดินทางเพื่อเสด็จพระราชดำเนินด้วยการเดินเท้า ไม่ว่าจะเป็นความอยากลำบาคเพียงไหนไกลแค่ไหนเพราะองค์ท่านได้เดินไปเพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาการแผ้วถางป่า ทำไร่เลื่อนลอย และปลูกฝิ่นทำให้ชาวบ้านรักษาเส้นทางนี้ไว้โดยไม่ให้ใครเดินทางเข้าไปเพื่อรักษาสภาพเส้นทางที่ยังคงให้เห็นร่องรอย
การเดินเมื่อ 53 ปี แม้กระทั่งชาวบ้านม้งที่อายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้น แทบจะไม่มีโอกาศได้เห้นและเดินเส้นทางนี้

 

Comments

comments