ควบคุมโรคเชียงใหม่เตือนนทท.ขึ้นดอยนอนกางเต็นท์ระวังตัวไรอ่อนขบ อาจป่วยเป็นโรคสครับไทฟัสหรือไข้รากสาดใหญ่

Share This:

ควบคุมโรคเชียงใหม่เตือนนักท่องเที่ยวชอบกางเต็นท์นอนในป่า แคมป์ไฟ ตามพื้นที่ดอยสูง ระวังตัวไรอ่อนขบ ทำให้เกิดโรคสครับไทฟัสหรือไข้รากสาดใหญ่ พบว่าผู้ป่วยประมาณร้อยละ 20 อาจมีอาการแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ สมองอักเสบ อาจเสียชีวิตได้ ทายาป้องกันแมลงกัดตามแขนขา และให้รีบอาบน้ำให้สะอาดหลัง ออกจากป่า ซักเสื้อผ้าที่สวมใส่ซักให้สะอาดทันที

1-3

นพ.วิทยา หลิวเสรี ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ กรมควบคุมโรค แจ้งว่าสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบเดินทางมาสัมผัสอากาศหนาว ตามพื้นที่ดอยสูงในจังหวัดเชียงใหม่ ต้องเพิ่มความระมัดระวังตัวไรอ่อนขบ เพราะทำให้เกิดโรคสครับไทฟัสหรือไข้รากสาดใหญ่ ที่อาศัยในขนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก เช่น หนู กระแตชอบกัดบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ ขาหนีบ เอว ลำตัวบริเวณ ใต้ราวนม รักแร้ จะปล่อยเชื้อริกเก็ตเซียเข้าสู่คน สำหรับผู้ที่ถูกกัดไปแล้วหากล้มป่วยจะเกิดอาการ มีไข้สูง ตัวร้อนจัด หนาวสั่น ปวดศีรษะบริเวณขมับและหน้าผากอย่างรุนแรง อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตัว ปวดกระบอกตา มีแผลคล้ายถูกบุหรี่จี้ มีสีแดงคล้ำ เป็นรอยบุ๋มแต่ไม่คัน

1-11 1-13

อย่างไรก็ตามพบว่าผู้ป่วยประมาณร้อยละ 20 อาจมีอาการแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ สมองอักเสบ อาจเสียชีวิตได้ โดยพบผู้ป่วยโรคสครับไทฟัสมากที่สุดในภาคเหนือ และภาคตะวันอกเฉียงเหนือ และยังไม่มีวัคซีนป้องกันแต่มียารักษาให้หายได้ จึงควรป้องกันโรคโดยแนะนำให้ประชาชนที่จะไปท่องเที่ยวตั้งแค้มป์ไฟ กางเต็นท์นอนในป่า ควรทำบริเวณค่ายพักให้โล่งเตียน หลีกเลี่ยงการนั่งและนอนบนพื้นหญ้า แต่งกายให้มิดชิด ควรใส่รองเท้า สวมถุงเท้าหุ้มปลายขากางเกง ทายาป้องกันแมลงกัดตามแขนขา และให้รีบอาบน้ำให้สะอาดหลัง ออกจากป่า ซักเสื้อผ้าที่สวมใส่ซักให้สะอาดทันที เพราะตัวไรอาจติดมากับเสื้อผ้าได้ และเมื่อประชาชนหลังกลับจากเที่ยวป่าหรือกางเต๊นท์นอนตามพื้นหญ้าในช่วงฤดูหนาว ภายใน 2 สัปดาห์ หากมีอาการป่วย คือมีไข้ขึ้นสูง ปวดศีรษะ และมีรอยแผลที่ผิวหนังคล้ายถูกบุหรี่จี้ ควรรีบไปพบแพทย์ และแจ้งประวัติการเข้าไปในป่าให้แพทย์ทราบทันทีด้วย เพื่อรับการรักษาโดยเร็ว

หมายเหตุแฟ้มภาพ นอนกางเต้นท์

 

Comments

comments