บัณฑิตใหม่ปัจฉิมวัยมากสุด 93 น้อยสุด 55 จากโรงเรียนชราบาลวุฒิวิทยาลัยดอยสะเก็ด

Share This:

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานมอบชีวิตบัณฑิตปัจฉิมวัย ให้กับบัณฑิตปัจฉิมวัย จากโรงเรียนชราบาลวุฒิวิทยาลัย รวม ทั้งหมด 350 คน มีอายุรวมกันทั้งหมดกว่า 22,734 ปี สำหรับโรงเรียนชราบาลวุฒิวิทยาลัย ก่อตั้งขึ้นโดยเทศบาลตำบลเชิงดอย ในปี 2556 เพื่อเป็นพื้นที่ สำหรับแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถปรับตัวและใช้ชีวิตได้ในสังคมยุคปัจจุบันอย่างมีความสุข โดยผู้สูงอายุที่จะเข้าเรียนจะต้องมีอายุ 55 ปี ขึ้นไป และผู้สูงอายุมากที่สุดอายุ 93 ปี

 

ผู้สูงอายุในเขตเทศบาลตำบลเชิงดอย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ สวมชุดครุยเข้าพิธีรับเกียรติบัตรปริญญาชีวิตบัณฑิตปัจฉิมวัย โดยมี ม.ล.ปนัดดา
ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานมอบปริญญาชีวิตในครั้งนี้ ณ อาคารศรีศุภอักษร วัดพระธาตุดอยสะเก็ด พระอารามหลวง ท่ามกลางความภาคภูมิของบรรดาลูกหลานที่ไปร่วมแสดงความยินดี โดยผู้สูงอายุที่เข้าพิธีรับเกียรติบัตรปริญญาชีวิต บัณฑิตปัจฉิมวัย ในวันนี้เป็นนัก เรียนสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนชราบาลวุฒิวิทยาลัย รวมทั้งหมด 350 คน เป็นชาย 86 คน หญิง 264 คน มีอายุรวมกันทั้งหมดกว่า 22,734 ปี หลังจาก เสร็จสิ้นพิธีรับปริญญาชีวิต บัณฑิตปัจฉิมวัยก็พากันออกมาถ่ายภาพกับลูกหลานบริเวณสนมหญ้าด้านหน้าซึ่งทางเทศบาลตำบลเชิงดอยได้จัดซุ้มดอกไม้ สำหรับถ่ายรูปเก็บความประทับใจ ไม่ต่างจากพิธีรับปริญญาของเด็ก ๆ นักศึกษา โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

สำหรับโรงเรียนชราบาลวุฒิวิทยาลัย ก่อตั้งขึ้นโดยเทศบาลตำบลเชิงดอย ในปี 2556 เพื่อเป็นพื้นที่สำหรับแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทำกิจกรรมร่วมกันของผู้สูง
อายุใน 4 หมู่บ้านในเขตเทศบาล นอกจากนี้ยังมีวิทยากรจากสาขาวิชาต่าง ๆ มาให้ความรู้เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถปรับตัวและใช้ชีวิตได้ในสังคมยุคปัจจุบัน
อย่างมีความสุข ภายใต้สโลแกน “ถ่ายทอดภูมิปัญญา ศึกษาเทคโนโลยี แก่อย่างมีคุณค่า ชราอย่างมีคุณภาพ” โดยผู้สูงอายุที่จะเข้าเรียนจะต้องมีอายุ 55 ปี
ขึ้นไปและผู้สูงอายุที่อายุมากที่สุดที่เข้สมาเรียนได้แก่นางจันทร์ฟอง สุขสำราญ อายุ 93 ปี ในปีแรกมีนักเรียนชราบาลทั้งหมด 374 คน ผ่านการประเมินได้
รับปริญญาชีวิต 254 คน เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2557

ด้านนายเฉลิม สารแปง นายกเทศมนตรีตำบลเชิงดอย บอกว่า โรงเรียนชราบาลถือเป็นความสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ โดยส่วนใหญ่ที่
เข้าเรียนจะลดปัญหาอาการโรคซึมเศร้าและโรคเครียดอันเนื่องมาจากช่องว่างระหว่างวัย ขณะเดียวกันยังพบว่าการได้เข้าสังคมพบปะและทำกิจกรรมทำ
ให้ผู้สูงอายุมีจิตใจร่าเริงแจ่มใส ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของผู้สูงอายุในเขตเทศบาลได้ในระดับหนึ่ง

Comments

comments