ขอความร่วมมือชาวเชียงใหม่แก้ไขหมอกควันปี 60 ทำเพื่อเมืองเชียงใหม่ เพื่อลมหายใจของทุกคน

Share This:

เชียงใหม่วอร์รูมเอาจริงปีนี้เพื่อลดปัยหาหมอกควันไฟป่าเชียงใหม่ เน้นย้ำ สร้างความเข้าใจ คนเชียงใหม่ทุกภาคส่วน การมีส่วนร่วมทั้ง 3 ระดับ ตั้งแต่ ช่วงป้องกัน การรับมือช่วงห้ามเผา และการสร้างความยั่งยืน ใช้เครือข่าย อสม.เคาะประตู สู้ควันไฟ เพื่อลมหายใจของทุกคน ขอความร่วม
มือทุก ด้วยเป้าหมายเดียวกัน คือ ทำเพื่อเมืองเชียงใหม่

ที่ห้องศูนย์อำนวยการสั่งการแก้ปัญหาหมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด
เชียงใหม่ เป็นประธานประชุมร่วมกับคณะทำงานศูนย์อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามการดำเนินงาน
ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามผลการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี 2560

นายพุฒิพงศ์ กล่าวว่า แนวทางการแก้ไขปัญหาในปีนี้เน้นการมีส่วนร่วมของคนเชียงใหม่ทุกภาคส่วนทำงานแบบบูรณาการ โดยใช้กลไกประชารัฐ ทั้งใน
ระดับ จังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน ทำอย่างไรจะกระตุ้นให้คนเชียงใหม่เกิดความเข้าใจ รับรู้ปัญหาร่วมกัน เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่ปัญหาของ
ใครเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ผลกระทบที่เกิดขึ้นทั่วเมืองเชียงใหม่ ทั้งในเรื่องสุขภาพ เศรษฐกิจ และผลกระทบต่อการท่องเที่ยว เบื้องต้นทางจังหวัดได้
ประสานให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมทั้งอุปกรณ์ เครื่องมือ กำลังพลชุดปฏิบัติการดับไฟป่า และออกประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจ
กับประชาชนในพื้นที่ และเข้ามามีส่วนร่วมทั้ง 3 ระดับ ตั้งแต่ ช่วงป้องกัน การรับมือช่วงห้ามเผา และการสร้างความยั่งยืน โดยอาศัยเครือข่ายอาสาสมัคร
สาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) ลงพื้นที่เคาะประตูบ้าน แจกเอกสาร และขอความร่วมมือทุก ด้วยเป้าหมายเดียวกัน คือ ทำเพื่อเมืองเชียงใหม่

อย่างไรก็ตามในปีนี้ได้นำอสม. ของแต่ละหมู่บ้านแต่ละชุมชนเข้ามาร่วมดำเนินการ ภายใต้โครงการ “อสม.เคาะประตู สู้ควันไฟ เพื่อลมหายใจของทุกคน”
ที่สำคัญ คือ อยากให้เห็นอกเห็นใจ และให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานดับไฟป่าในทุกพื้นที่ที่เหน็ดเหนื่อยและยากลำบาก ขณะเดียวกันได้หารือถึงแนว
ทางบริหารจัดการเชื้อเพลิง และจัดทำแผนในแต่ละพื้นที่ การห้วงตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม – กลางเดือนมกราคม ขอความร่วมมือห้ามเผาโดยเด็ดขาด
ทางด้าน ตำรวจภูธรภาค 5 ได้มีวิทยุสื่อสารให้ทุกโรงพัก จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเฝ้าระวัง รับแจ้งเหตุ และจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว ทุกป้อมยาม จุดตรวจ
ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบการกระทำผิดซึ่งหน้าจะใช้มาตรการทางกฎหมายดำเนินการทันที และจะตรวจสอบหาหลัก
ฐานเจ้าของพื้นที่เพื่อนำมาสอบสวนหาสาเหตุการเผาต่อไป

Comments

comments