อดีตนักมวยภูธรดังภาคเหนือ ป่วยเป็นอัมพาธอุทิศตนเป็นจิตอาสาช่วยเหลือผู้ป่วย

Share This:

ภายหลัง เอาชนะอัมพฤกษ์อัมพาธ เกิดอาการเส้นเลือดอุดตัน เข้ากายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลจากที่เป็นผู้ป่วยนอนติดเตียงจนอาการดีขึ้น อุทิศตนเองเข้าเป็นจิตอาสาช่วยเหลือผู้ป่วยในโรงพยาบาลบวรสารภีพัฒนาเพื่อช่วยผู้ป่วยรายอื่นฯเจ้าตัวเผยซาบซึ้งในความเมตตาของพระครูสิริศีลสังวร หรือครูบาน้อยเตชปัญโญ เจ้าอาวาสวัดศรีดอนมูลที่ร่วมกับภาครัฐและประชาชนสร้างโรงพยาบาลเพื่อให้ประชาชนเข้ามารับการรักษาอัมพฤกษ์อัมพาธโดยการทำกายภาพบำบัด

ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสารภีบวรพัฒนา ตำบลชมภู อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ทราบว่าอดีตนักมวยดังภาคเหนือคนดังกล่าวคือนายเสน่ห์ เตชะ อายุ 56 ปี บ้านเดิมเลขที่ 6/3 หมู่ 3 ตำบลชมภู อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมานายเสน่ห์ ล้มป่วยด้วยสภาวะเส้นเลือดสมองตีบตันและเป็นอัมพฤกษ์ เดินไม่ได้มารับการรักษา ด้วยการกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลฯเป็นระยะเวลาประมาณปีกว่า จนอาการดีขึ้นสามารถเดินได้ขยับแขนขาได้ และได้อาสาเป็นเจ้าหน้าที่จิตอาสา มาช่วยแพทย์พยาบาลในการดูแลผู้ป่วยรายอื่น ทุกวันนายเสน่ห์ จะออกจากบ้านมาที่โรงพยาบาลสารภีบวรพัฒนา
เพื่อช่วยให้คำแนะนำผู้ป่วยรายอื่น และคอยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วย ช่วยงานแพทย์และพยาบาลของโรงพยาบาล โดยมีคนไข้ที่มากายภาพบำบัด จำนวนมาก โดยนายเสน่ห์ ได้เข้าให้คำแนะนำและช่วยเหลือคนไข้ พร้อมกับพูดคุยให้กำลังใจกับผู้ป่วยตลอกเวลาที่ผู้ป่วยทำกายภาพบำบัด

ด้านนายเสน่ห์ เตชะ เจ้าหน้าที่จิตอาสา โรงพยาบาลสารภีบวรพัฒนา ได้เปิดเผยเรื่องราวชีวิตของตนกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อก่อนมีอาชีพนักมวยไทยอาชีพใช้ชื่อว่า น้องสิงห์ ศักดิ์อุดร ตระเวนเดินสายต่อยมวยทั้งอีสาน เหนือ ภาคกลาง เคยต่อยมาแล้ว 80 ครั้ง และยังเคยไปลงนวมเป็นคู่ซ้อมให้กับ เขาทราย กาแลคซี่ และ สด จิตรดา ตอนที่เขาทรายกับ สด ขึ้นมาป้องกันแชมป์ที่เชียงใหม่ จนกระทั่งมาทำงานก่อสร้าง ตามต่างจังหวัดซึ่ง ก่อนที่ตนจะมาอยู่ในสภาพแบบนี้ เมื่อประมาณปี 57 ขณะที่ตนกำลังนั่งพูดคุยกับเพื่อน ๆ นั้นรู้สึกวิงเวียนศีรษะ อาเจียน เพื่อนๆได้แนะนำให้นั่งลง หายใจลึกๆเมื่อรู้สึกดีขึ้น ก็ขับรถมายังโรงพยาบาลสารภีเชียงใหม่ พอถึงโรงพยาบาลหมอบอกอาการหนักมาก เส้นเลือดตีบตัน โชคดีที่เส้นเลือดที่สมองไม่แตก จากนั้นตนก็เดินไม่ได้ นอนรักษาตัวอยู่ที่ โรงพยาบาลสารภี ได้ระยะหนึ่งก็ได้ถูกส่งตัวมากายภาพบำบัดที่ โรงพยาบาลสารภีบวรพัฒนา (สารภี 2 ) ต่อทางแพทย์และพยาบาลเจ้าหน้าที่ก็ได้ดูแลตนทำการรักษาให้ตนได้กายภาพบำบัดทุกวัน วันละ 20-30 นาที ตนก็ปฏิบัติตามหมอ เจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำตลอดทุกวันเป็นระยะเวลาปีกว่า จนอาการดีขึ้นตามลำดับ เมื่อหายดีแล้วก็อยากจะตอบแทนความเมตตาของครูบาน้อยที่ท่านเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยทุกคนทั่วประเทศเข้ารับการรักษาอาการอัมพฤกษ์อัมพาธ ด้วยการทำกายภาพบำบัดที่นี่ ประกอบกับทางรัฐบาลเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยที่หายดีแล้วได้ทำงานกลับมารับใช้ช่วยเหลือผู้อื่นอีก ตนจึงได้สมัครเป็นจิตอาสา มาช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีอาการแบบเดียวกับตนหรือที่มากายภาพบำบัด ให้คำแนะและคอยใช้เหลือผู้ป่วยรายอื่นเป็นการแบ่งเบาภาระให้กับหมอ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลแห่งนี้ ด้วย ความรู้ก็ได้มาจากตอนที่ตนรับการรักษาจากหมอ พยาบาลเจ้าหน้าที่ ได้ถ่ายทอดและให้คำแนะนำกับผู้ป่วยรายอื่นได้ พร้อมทั้งพูดให้กำลังใจกับผู้ป่วยบางรายที่เกิดอาการท้อแท้เมื่อต้องป่วยเป็นโรคนี้ ให้ต่อสู้ต่อไปอีก ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของตนอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสตอบแทนบุญคุณภาครัฐ และทางครูบาน้อย

ด้านพระครูสิริศีลสังวร หรือครูบาน้อยเตชปัญโญ เจ้าอาวาสวัดศรีดอนมูล อำเภอสารภีเชียงใหม่ได้เปิดเผยว่า ก่อนที่จะมาสร้างโรงพยาบาลสารภีบวรพัฒนา แห่งนี้นั้นได้มีศิษยานุศิษย์มาปรึกษา เห็นว่าปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาธ กันจำนวนมาก ที่กายภาพบำบัดก็มีน้อย ประชาชนต้องต่อคิวกันนัดคิวกันเข้ารับการกายภาพบำบัด นานและทำให้ผู้ป่วยทรมาน จึงเห็นพ้องกับลูกศิษย์ และดำเนินการหาทุนจากผู้มีจิตศรัทธา ได้ช่วยเหลือกัน จนสามารถซื้อที่ดินและสร้างตัวอาคารรวมทั้งอุปกรณ์กายภาพบำบัด รวมทั้งเครื่องมือที่ได้รับบริจาค จำนวนมาก จนในที่สุดก็ได้โรงพยาบาลสารภีบวรพัฒนา แห่งนี้ขึ้นมา ก็ได้ช่วยเหลือประชาชนหลายราย โรงพยาบาลของรัฐและเอกชน ในเชียงใหม่ รวมทั้งจังหวัดใกล้เคียง ก็มักจะส่งผู้ป่วยมาทำการกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลแห่งนี้ และก็ได้ผลทุกราย ได้ช่วยคนได้ช่วยผู้ป่วยถือว่าได้บุญกุศล

ทางด้าน นายพัทร กองคำ คณะกรรมการวัดศรีดอนมูล อำเภอสารภีเชียงใหม่ เปิดเผยว่า โรงพยาบาลสารภีบวรพัฒนา แห่งนี้ ทางพระครูสิริศีลสังวร ร่วมกับศิษยานุศิษย์ และผู้มีจิตศรัทธา ได้ร่วมกันหาทุนและเงินบริจาค มาสมทบทุนกับภาครัฐ กระทรวงสาธารณสุข จนเกิดเป็นโรงพยาบาลสารภีบวรพัฒนา นี้ขึ้นมา โดยเริ่มตั้งแต่หาซื้อที่ดิน สร้างอาคารแต่ละจุด รวมทั้งอุปกรณ์การแพทย์ ทั้งหมด จนเป็นโรงพยาบาลสมบูรณ์ ในตอนนี้ และรับรักษาประชาชนทุกทั่วสารทิศ โดยเครื่องมือจากประชาชน และครูบาน้อย รวมทั้งลูกศิษย์ ที่ได้หาทุนมาเพื่อนำมาซื้ออุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัยเพื่อคนป่วยคนไข้ทุกคนที่มารับการรักษา และส่วนมากคนไข้ที่มาทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลแห่งนี้ จากนอนมาก็จะลุกเดินได้เกือบทุกราย ครอบครัวผู้ป่วยบางรายก็ตอบแทนด้วยการซื้ออุปกรณ์การแพทย์หรือเครื่องกายภาพบำบัดมาบริจาค บ้างก็บริจาคเป็นเงินเพื่อให้ทางโรงพยาบาลได้นำไปใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์การแพทย์เพิ่มอีก และทางพระครูสิริศีลสังวร หรือครูบาน้อยเตชปัญโญ เจ้าอาวาสวัดศรีดอนมูล พระเดชพระคุณเจ้าก็จะได้เข้านิโรธกรรม ตามรอยครูบาศรีวิชัยเจ้า เพื่อหาเงินมาสมทบซื้ออุปกรณ์การแพทย์ ให้กับโรงพยาบาลแห่งนี้อีก โดยกำหนดเข้านิโรธกรรมของครูบาน้อยเตชปัญโญ นั้นกำหนดเข้านิโรธฯ ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 และจะออกนิโรธกรรมในวันที่ 19 กุมภาพพันธ์ 25จ ที่สวนปฏิบัติธรรมเจดีย์ 9 คณาจารย์ ภายในวัดศรีดอนมูล

 

Comments

comments