ร้านอาหารหาทานยากในสมัยร.6 มาอยู่ที่เชียงใหม่ กำแพงแก้วเกือบ 2 แสนชิ้นตกแต่งงดงาม

Share This:

ร้านอาหารหาทานยากในสมัยร.6 มาอยู่ที่เชียงใหม่ พร้อมชมปฎิมากรรมจากศิลปินร่วมสมัยพิพิธภัณฑ์ใหม่เอี่ยม ประวัติตระกูลบุนนาค ย้ายมาอยู่ที่เชียงใหม่บนถนนสายวัฒนธรรม อำเภอสันกำแพง เลยแยกบ่อสร้างไปเพียงเล็กน้อยพร้อมกำแพงเกือบ 2 แสน

ผู้สื่อข่าวพาไปชมอีกหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ใหม่เอี่ยม ที่มีความโดนเด่นของศิลปะร่วมสมัยนำมาประยุกต์ได้อย่างลงตัว พร้อมประวัติความเป็นมาของสกุลบุนนาค และเจ้าจอมเอี่ยม ในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งภายในแบ่งเป็นสองส่วนของร้านอาหารที่นำมาในสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งเป็นอาหารที่หารับประทานได้อยาก
มากในปัจจุบันโดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ที่คงความด่งเดิมของรสชาด รูปร่างหน้าตาของอาหารให้คงในสมัยรัชกาลที่ 6


นายปภัสสร ณ เชียงใหม่ หรือเชฟตู เจ้าของร้านกำแพงแก้ว กล่าวว่าร้านแบ่งเป็นสองส่วนคือร้านอาหารและพิพิธภัณฑ์ ซึ่งส่วนร้านอาหารตนเองพร้อมภรรยาและเพื่อนร่วมกันเปิดโดยนำอาหารแบบดั่งเดิมสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งปัจจุบันจะหารับประทานได้อยากมากโดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งการทำอาหารแบบดั่งเดิมก็ทำตามคำสั่งสอนเอาในใส่ต่ออาหารแต่ละจานออกมาให้คงรูปรสชาดหน้าตาเหมือนเดิมมากที่สุดความโด่นเด่นของอาหารโบราณนั้นมีหลากหลายชนิดก็ผ่านการสืบทอดมาบางบางตัวก็หายไปบางแต่สิ่งงหนึ่งทีทำให้อาหารคงคุณค่าคงความโดนเด่นของอาหารโบราณที่หารับประทานได้อยาก

ส่วนนางสาวปภัทพิม ภทราคม ตัวแทนของพิพิธภัณฑ์ กล่าวว่าอาหารมีสองรูปแบบจากร้านเดิมเป็นาหารแบบฟิวชั่ว หรือเอเซียนมิกซ์ แต่หลังจากย้ายมาที่แห่งนี้ได้ปรับรูปแบบให้เข้ากับตัวพิพิธภัณฑ์ที่เป็นศิลปร่วมสมัยจึงนำอาหารแบบโบราณสมับรัชกาลที่ 6 ซึ่งเป้นส่วนหนึ่งของเจ้าที่ได้ร่วมก่อตั้งมา ทำให้อาหารที่นี้จะแปลกใหม่มากขึ้น ส่วนตัวอาคารที่สร้างขึ้นมาเป็นการออกแบบสถาปนิคที่ได้นำหลากหลายณุปแบบมาแต่ไปพบเห็นการใช้กระจกติอภายในวัดจึงได้นำมาตกแต่งเพื่อสร้งความโดนเด่นของตัวอาคารที่แปลกไม่ให้เหมือนใครทั้งในกลางวันและกลางคืน ซึ่งใช้กระจก 1แสน 7 หมื่นชิ้นต่อเป็นกำแพงส่วนด้านในตกแต่งให้ชมงานต่างของศิลปินทุกประเภท ทั้งงานปั้น งานเขียน และงานวีดีโอ ที่ย้ายจากกรุงเทพมาอยู่ที่แห่งนี้เพราะความแปลกใหม่ตลาดตลอดจนการท่องเที่ยวที่ขยายเติบโตต่อเนื่องทำให้ผู้ชื่นชอบในศิลปะในด้านต่างๆ ได้เดินทางมาชื่นชมพร้อมกับการรับประทานอาหารสมัยรัชกาลที่ 6 และอาหารร่วมสมัยอีกแห่งหนึ่ง

 

Comments

comments