ผ่านมา 44 ปี อ.จำเหลาะและลูกศิษย์รวมไปถึงอดีตศิลปินล้านนา จรัญ มโนเพชร ร่วมกันมาปลูกต้นเสลา รอบคูเมืองเชียงใหม่

Share This:

ต้นเสลา หรือ อินทรชิต คูเมืองเชียงใหม่ เหลือเพียงไม่กี่ต้นกำลังออกดอกสีชมพูงดงามนักท่องเที่ยวต่างชาติพากันถ่ายภาพความสวยงาม ผ่านมา 44 ปี อ.จำเหลาะและลูก ศิษย์ ร่วมไปถึงอดีตศิลปินล้านนา จรัญ มโนเพชร ร่วมกันมาปลูกรอบคูเมืองเชียงใหม่ ยังคงปลาบปลิ้มที่ต้นไม้ยังเติบโตออกดอกให้คนเชียงใหม่ได้ชื่นชม ถึงจะเคยถูกหาว่าบ้าก็ตาม

อาจารย์จำเหลาะ สมจิตต์ อาจารย์อาวุโส มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา  วัย 80 ปี เดินชมความสวยงามของดอกเสลา ที่ยังคงเหลือไม่กี่ต้นบริเวณหน้าวัดโลกโมฬี ถนนมณี นพรัตน์ ตำบลศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ คูเมืองด้านนอกที่มีต้นเสลา ที่ได้ลงมือปลูกร่วมกับลูกศิษย์จาก 6 สถาบันเมื่อปี 2516 นำมาปลุกรอบคูเมืองด้านนอกส่วนด้านในเป็นต้น ราชพฤกษ์ กว่า 2 พันต้น ซึ่งในปัจจุบันจะเหลือเพียงไม่กี่ต้นแต่บริเวณคูเมืองด้านทิศเหนือ แต่ต้นเสลาเป็นไม้ป่าที่ปลูกเจริญเติบโตได้ยากมากที่นำมาปลูกจะเห็นไม่สูงใหญ่ บางต้นก็ ล้มตายไป ถึงจะมีการซ่อมแซมนำปลูกเสริมก็ตาม

อาจารย์จำเหลาะ กล่าวว่าการนำต้นไม่มาปลูกรอบคูเมืองเมื่อ 44ปีก่อน ครั้งนั้นได้ขออนุญาตทางเทศบาลนครเชียงใหม่ นำต้นราชพฤกษ์และต้นเสลามาปลูกด้านในด้านนอกกว่า 2 พันต้น ลูกศฺษย์จาก 6 สถาบันในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 152 คน มาช่วยกันปลูกดูแลต้นไม้ของตนจนมาถึงปัจจุบันที่ออกดอยสวยงามโดยช่วงหน้าแล้งแบบนี้จนทำให้กลายเป็นอีก หนึ่งสัญญลักษณืของเมืองเชียงใหม่ไปแล้ว ในครั้งนั้ก็ถูกหาว่าบ้านำต้นไม้จากนอกพื้นที่พื้นถิ่นมาปลูก แต่เห็นความสวยงามสีเหลือง สีชมพูเข้มและอ่อน ออกมาในช่วงหน้าร้อน แบบนี้ช่วงงดงามเป็นอย่างมาก จากคนบ้าๆ ที่คิดถึงอนาคดโดยน้อมนำในหลวงราชกาลที่ 9 ทรงเห็นคุณค่าของป่าต้นไม้ จึงได้ตระเวนปลูกต้นไม้ไไปทั่วไม่ว่าจะเป็นป่าช้าก็ตาม ซึ่ง ตอนนี้ในวัย 80 ปี ก็คงปลาบปลื้มเพราะยังมีลูกศิษย์อีกหลายคนยังสืบสานช่วยกันดูแลต้นไม้รอบคูเมือง แม้กระทั่งส่วนราชการต่างๆ ยังนำไปปลูกเพื่อให้เกิดความสวยงามเกิดความ ร่มรื่นในอีกหลายพื้นที่

ข้อมูล เสลา [สะ-เหฺลา] หรือ อินทรชิต  เป็นต้นไม้ขนาดกลางโตช้า ผลัดใบ สูง 10-20 เมตร เรือนยอดทรงกลมทึบ ใบดก กิ่ง โน้มลงรอบทรงพุ่ม เปลือกต้นสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ มีรอยแตกเป็นทางยาวตลอดลำต้น ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปขอบขนาน กว้าง 6-10 เซนติเมตร ยาว 16-24 เซนติเมตร ปลายเรียว แหลมเป็นติ่ง โคนมน เนื้อใบหนาปานกลาง เส้นใบมีขนนุ่มทั้งสองด้าน ดอกสีม่วง ม่วงอมชมพู หรือม่วงกับขาว ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง กีบเลี้ยงเชื่อมกันเป็นรูปถ้วย ปลายแยกเป็น 5-8 แฉก กลีบดอกส่วนใหญ่เป็น 6 กลีบ รูปกลมบางยับย่น ขอบย้วย โคนคอดเป็นก้านสั้น ๆ เมื่อบาน เส้นผ่านศูนย์กลาง 3-4 เซนติเมตร เกสรตัวผู้จำนวนมาก ผลรูปเกือบกลม ผิวแข็ง ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร ผลแห้งแตกตามยาว 5-6 พู เมล็ดสีน้ำตาลเข้มจำนวนมาก มีปีก ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดต้นเสลาขึ้นตามป่าเบญจพรรณ ป่าดิบ และป่าชายหาด พบทางภาคตะวัน ออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ลงไปถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

 

Comments

comments