เอาจริงระบบ GPS เชื่อมขนส่งเชียงใหม่ตรวจจับ 24 ชม.รถสาธารณะและรถ 10 ล้อ

Share This:

ศูนย์บริหารจดการเดินรถ GPS ขนส่งเชียงใหม่ เริ่มใช้ควบคุมการวิง่รถในพื้นที่ ของรถโดยสารประจำทาง ไม่ประจำทาง รถบรรทุก 10 ล้อ หัวลาก เข้าในพื้นที่ ระบบเริ่มใช้ควบคุมดำเนินการจับปรับควบคุมการใช้ความเร็วจัดเจ้าหน้าที่ควบคุม 24 ชั่วโมง กระทำผิดมีโทษปรับ 2 เท่าทั้งคนขับและเจ้าของกิจการ โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ปี 60 ให้ประชาชนเดินทางได้อย่างมั่นใจปลอดภัยตลอดการเดินทางไปและกลับ

นายชาญชัย กีฬาแปง ขนส่งเชียงใหม่ พร้อมหัวหน้าและเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการขนส่งเชียงใหม่ ได้ทำความใจต่อพนักงานขับรถประจำทางเมล์เขียว วิ่งสายภาคเหนือตอนบนและผ้ประกอบการให้มีความเข้าใจหลักจากศูนย์บริหารจดการเดินรถ GPS ขนส่งเชียงใหม่ เริ่มเชื่อมระบบกับผู้ประกอบรถโดยสารประจำทาง ไม่ประจำทาง รถบรรทุก 10 ล้อ และรถบรรทุกหัวลาก เข้าสูระบบ เพื่อให้มีความเข้าใจต่อการทำงานในการควบคุมการเดินรถให้บริการระหว่างจังหวัด และระหว่างอำเภอภายในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อควบคุมไม่ให้มีการขับขี่รถเร็วเกินกว่ากฎหมายที่กำหนด


นายชาญชัย กล่าวว่าการเชื่อมระบบของผู้ประกอบการเดินรถในจังหวัดเชียงใหม่ทั้งหมดของรถโดยสารประจำทางและไม่ประจำทาง วิ่งระหว่างจังหวัดและระหว่างอำเภอ ซึ่งการทำงานจะมีเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามการขับรถโดยระบบ GPS ซึ่งตามที่กฎหมายกำหนดของรถใหม่ทุกคันต้องมีการติดตั้ง ส่วนรถเก่าให้ติดตั้งแล้วเสร็จในปีนี้ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีการปฎิบัติติดตั้งระบบติดตาม GPS ไว้กับรถ ซึ่งขณะนี้มีรถเข้าระบบแล้วเกือบ 500 คัน แต่เบื้องต้นเป็นโดยสารประจำทางและไม่ประจำทาง ก่อนจะเชื่อมระบบต่อกับรถ 10ล้อและหัวลาก ซึ่งจะครอบคลุมในปี 2562 ซึ่งรถสาธารณะและรถบรรทุกขนาดใหญ่ต้องมีทุกคัน

อย่างไรก็ตามในห้วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ กรมการขนส่งได้ใช้มาตรการดีเข้ามาควบคุมรถโดยสารประจำทางและไม่ประจำทาง ทุกคันเพราะทุกครั้งพนักงานขับรถจะต้องรูดใบขับขี่ทุกครั้ง ที่จะแสดง รายชื่อ หมายเลขรถ เส้นทางการวิ่ง ความเร็วในการวิ่ง ซึ่งจะสามารถควบคุมได้ง่ายเจ้าหน้าที่สามารถติดตามได้ทัน เพื่อให้ประชาชนผู้ใช้บริการได้เกิดความเชื่อมั่นและมั่นใจต่อการใช้บริการรถสาธาณะในห้วงเทศกาลสงรานต์ที่จะมาถึงนี้ ไม่ว่าจะเดินทางไป-กลับเดินทางปลอดภัยถึงจุดหมายปลายทาง ทั้งนี้จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุขนาดใหญ่อย่างที่ผ่านมา เพราะรถที่ขับขี่ความเร็วจะแสดงสีแดงขึ้นมา ทำให้สามารถติดตามแจ้งเตือนได้ทันที นอกจากนี้ผู้ขับขี่รถเร็วเกิดจากที่กฎหมายกำหนดแล้วจะมีโทษปรับทั้งคนขับและผู้ประกอบการ หากมีการขับรถขี่รถเกินหลายครั้งแต่จะใช้ครั้งที่ความเร็วสูงสุดเป็นโทษปรับเบื้องต้น 1,000 – 3,000 บาท และโทษของผู้ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่มีโทษปรับสูงสุดถึง 5 หมื่นบาท ของผู้ประกอบการ ส่วนพนังานขับส่งพนักงานดำเนินคดี ยังมีโทษหากใช้รถโดยมีมีระบบ GPS ผู้ประกอบการมีโทษปรับสูงสุด 1 หมื่นบาท ส่วนพนักงานขัยสูงสุด 5 พันบาท สำหรับผู้ขับรถระหว่างจังหวัดก็จะถูกจับของแต่ละจังหวัดถุกดำเนินคดีต่างกันเพราะต่างกรรมต่างวาระ จะไม่เอามารวมกัน และยังไม่รมกับหน่วนงานอื่นหากมีการกวดขันจับกุม

ด้านนายนิด จิตรสมาน พนักงานขับรถ กล่าวว่าจากมาตรการดังกล่าวถือเป็นเรื่องดี ที่นำมาใช้ทำให้พนักงานขับรถได้ขับขี่ตามกฎและความเร็วตามที่กำหนดเพราะมีโทษทั้งคนขับและผู้ประกอบการ ที่สำคัญประชาชนได้มีความมั่นใจต่อการใช้บริการรถสาธาณะเพิ่มมากขึ้น จากนี้ก็จะได้ขับขี่รถตามกฎหมายกำหนดได้มีมาตรฐานความปลอดภัยมากขึ้น ยอกรับที่ผ่านมาเคยถูกจับความเร็วจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง

 

Comments

comments