เที่ยวหลักร้อยหลักพันเมืองกว่างบิ่ง๑เวียนาม 4 วัน 3 คืนบินตรงจากเชียงใหม่สุด!อันซีน (มีคลิป)

Share This:

“สมาคมท่องเที่ยวเชียงใหม่-กว่างบิ่ง เวียดนามส่งเสริมการท่องเที่ยวบินตรงระหว่างเมือง”

การท่องเที่ยวของ 2 สมาคม เชียงใหม่ และกว่างบิ่ง เวียดนามเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวอาณาจักรแห่งถ้ำกว่า 300 ใหญ่ที่สุดในโลก กิจกรรมท่องเที่ยวธรรมชาติ ผจญภัยและชายทะเลแบบครบวงจร โดยไร้ขีดจำกัดWIFI ฟรีใช้ทกุพื้นที่ของแหล่งท่องเที่ยวฟรีใหได้เช็คอิน ชิวๆกับอาหารทะลสดใหม่ในราคาสุดทึ่งบินทุกศุกร์จากเชียงใหม่ กลับทุกจันทร์จากกว่างบิ่ง

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ นำโดยดร.บุญทา ชัยเลิศ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกรรมการสมาคมฯ นำคณะผู้สื่อข่าวจากจังหวัดเชียงใหม่ บินตรงด้วยสยการบินเจ็ทสตาร์ แปซิฟิก สายการบินโลว์คลอสเวียดนาม บินตรงเชียงใหม่-กว่างบิ่ง ทุกวันศุกร์ ออกจากเชียงใหม่ บินกลับทุกวันจันทร์จากกว่างบิ่ง เป็นสายการบินแรกของเมืองกว่างบิ่งบินระหว่างต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยมีสมาคมคมธุรกิจท่องเที่ยวกว่างบิ่ง และการท่องเที่ยวแห่งเมืองกว่างบิ่งให้การต้อนรับพร้อมนำท่องเที่ยวแหล่งชื่อดังมรดกโลกทางธรรมชาติ PHONG NHA-KE BANG เป็นเมืองแห่งถ้ำที่มีมากกว่า 300 แห่ง มีถ้ำใหญ่ที่สุดในโลกนำเครื่องบิน 747 จอดได้ 2 ลำได้ภายใน แต่เป็นเมืองติดทะเลสภาพอากาศแปรปรวนฝนตกได้ตลอดทั้งวันมีเพียงฤดูฝนและร้อน คลายกับภาคตะวันออกและภาคใต้ของไทย

จุดแรกเดินทางไปสัมผัสถ้ำ THIEN DUONG หรือเรียกว่าพระราชวังใต้ดิน เป็นอีกหนึ่งถ้ำชื่อดังมีนักท่องเที่ยวเดินทางาจากในประเทศเวียดนาม ไทย ยุโรปและอเมริกา โดยเฉลี่ยจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมา 2- 3 พันคนต่อวัน ค่าะรรมเนียมคนละ 500 บาทเท่ากันจะต่างประเทสหรือชาวเวียดนาม มีรายได้ต่อวัน 1 – 1.5 ล้านบาท ต่อเดือน 40-45 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งต้องใช้การเดินเท้าเข้าไปอีก 3 กิโลเมตร หรือจะใช้บริการรถรางคนละ 50 บาท เดินเท้าขึ้นไปอีก 570 เมตร จนถึงปากถ้ำที่มีความเย็นต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส มีความสวยงามของแต่ห้องโถงของหินงอกหินย้อยที่รังสรรด้วยธรรมชาติ มีความยาวสุด 31 กิโลเมตรเศษ ใช้เวลาเดินเท้ากว่า 2 ชม.

นอกจากนี้มีกิจกรรมผจญภัย ซิปไลน์ในแม่น้ำ CHAY ที่สวยงามของสายน้ำสีเขียวมรกตได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเป็นซิปไลน์แนวผจญภัยซึ่งจะแตกต่างจากของไทย สัมผัสวิถีชีวิตแบบชนทบจากชาวนากลายเป็นชาวประมงหลังจากน้ำท่วมนานในนาข้าว เคารพบ้านของผู้นำนายพลโว เหงียน ยัป” หรือ “หว่อ เหงียน ย้าป” หรือที่คนไทยรู้จักกันดีในชื่อของ “โว เหงียน เกี๊ยบ” เป็นผู้บัญชาการทหารที่โดดเด่นที่สุดที่อยู่เคียงข้างประธานาธิบดีโฮจิมินห์ในช่วงสงคราม

และวัด KINH THIEN ชื่อเดิม เป็นนวัดพุทธที่มีอายุกว่า 750 ปีที่เหลือเพียงประตูและกำแพงก่อนจะก่อสร้างใหม่ เป็นแหล่งทาองเที่ยวทางศาสนามีความสำคัญทางประว้ติศาสตร์ของชาวพุทธในเวียดนามในปี 2015 ได้รับการยกย่องชื่อเจดีย์โบราณ HONG PHUC ในปัจจุบัน และสัมผัสโอเอเซีสทะเลทรายนับหลายสิบกิโลเมตร นับเป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีความสงบ ความเป็นธรรมชติ วิถีชีวิตแบบดั่งเดิม กำลังผสมผสานกับการพัฒนาให้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวรองรับนักท่องเที่ยวจากการพัฒนาบ้านเมือง จากไม่มีนักท่องเที่ยวจนกระทั่งเพิ่มขึ้นในปี 2015 -2016 มีกว่า 3 – 3.5 ล้านคน หลักเป็นเวียดนาม ยุโรปโดยเฉพาะอังกฤษ อมเริกา และไทยที่เริ่มเดินทางเข้ามามากขึ้น

เป็นอีกหนึ่งเมืองที่น่าสัมผัสการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ แต่แฝงไว้ความเก่าและใหม่ได้อย่างลงตัว ไร้ความแออัดด้านการจราจร สาธารณูปโภคพื้นที่ไว้รองรับโดยเฉพาะระบบอินเตอร์เน็ตที่มีให้นักท่องเที่ยวใช้ฟรีทุกพื้นที่ร่วมไปถึงแหล่งท่องเที่ยวในป่าในถ้ำเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เช็คอินเซลฟี่เป็นนักพีอาร์ไปในตัวโดยไม่ต้องพึ่งสื่อการโฆษณาทำให้การท่องเที่ยวเริ่มเพิ่มขึ้นเติมโตอย่างรวดเร็วเป็นการท่องเที่ยวในราคาหลักร้อยหลักพันแต่บรรยากาศหลักหมื่นอย่างแท้จริงกับระยะเวลา 4 วัน 3 คืน

 

Comments

comments