งานแฮนด์เมดจากผ้าซิ่นตีนจกของภาคเหนือแถมเสียงร้องเหมือนศิลปินล้านนาชื่อดัง(มีคลิป)

Share This:

เพิ่มมูลค่าเพิ่มความสวยงามของผ้าซิ่นตีจกภาคเหนือด้วยเลื่อมลายไทยโบราณเพื่ออนุรักษ์ผ้าไทยให้คนไทยหันมาสวมใสจนกระแสได้รับความนิยมในห้วง 2-3 ปี โดยเฉพาะปีที่ผ่านมายอดสั่งยอดซื้อผลิตขายไม่ทันเริ่มที่ 1พัน แพงสุด 2.5 พันบาท แต่ที่ไม่ธรรมดาเสียงร้องเหมือนศิลปินล้านนาชื่อดัง พี่แอ็ด “สุนทรี เวชานนท์”

ว่าที่ร้อยตรีหญิงกุลญาอร เรือนเงิน อายุ 47 ปี หรือ แว่นแก้ว ศิลปินพื้นบ้านล้านนา ที่มีเสียงร้องเพลงเหมือนศิลปินล้านนาชื่อดัง พี่แอ็ด “สุนทรี เวชานนท์” อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ที่ 6 ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จากการเพิ่มูลค้าเพิ่มความสวยงามของผ้าซิ่นตีนจกของภาคเหนือธรรมดาให้ไม่ธรรมดาจนกลายเป็นที่นิยมกระแสของความรักอนุรักษ์ผ้าไทยของผู้หญิงหันมาสวมใสมากขึ้นในห้วง 2-3 ปี โดยเฉพาะในปีที่ผ่านมาผลิตปักขายแถมไม่ทันเพราะความนิยมสวมใสความเป็นไทยเพ่มากขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะคนทำงานวันวัยสาว วัยกลางคนและผู้ใหญ่ที่จะใช้สวมใส

ว่าที่ร้อยตรีหญิงกุลญาอร กล่าวว่าได้เริ่มทำเมื่อ 15 ก่อนจากการทำใส่ขึ้นเองจนหลายคนเห้นแล้วชื่นชอบก็เลยเริ่มปักขายให้กับกลุ่มเพื่อนๆ ก่อนจะขยายออกไปกลายมาเป้นอาชีพหลักยึดทำมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนผ้าซิ่นตีนจกจะมาจากภาคเหนือก็ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่ จากผ้าซิ่นตีนจกธรรมดาเมื่อปักเป็นเลื่อมลายไทยโบราณ ขึ้นไปจะงดงามมากขึ้นโดยเฉพาะในช่วงกลางคืนราคาเริ่มที่ 1 พันบาท เป็นผ้าสไบ ส่วนผ้าซิ่นตีนจกที่นำมาปักก็ขึ้นอยู่กับผ้ากับพื้นที่หากเป็นของอำเภอแม่แจ่มก็จะแพง แต่ราคาที่ขายแพงสุด 2,500 บาท ความนิยมก็เริ่มมาในห้วง 2-3 ปี ที่ผ่านมาหลังจากภาครัฐและเอกชนให้มีการสวมใส่ผ้าพื้นเมืองผ้าไทยมาก ทำให้ผู้หญิงคนทำงานต้องซื้อหาไปสวมใสจากความงดงามการเพิ่มมูลค่าของผ้าซิ่นตีนจกของตนเองเรียกว่าเป็นงานฝีมือปักด้วยหรืองานแฮนด์เมด ทำให้มีราคาสูงแต่ก็ได้รับความนิยมในห้วง 1 ปีที่ผ่านมาผลิตปักขายแทบไม่ทัน

ส่วนการปักลวดลายเป็นแบบเลื่อมไทยโบราณ เป็นของไทยที่ได้เรียนมากไม่ได้ดัดแปลง แต่การจะนำเลื่อมมาใส่ก็ต้องดูการจกของผ้าแต่ละชิ้นเพื่อให้เข้ากันดดยต้องนำลายไทยโบราณเข้ามาใส่ให้ลงตัว ทำให้ 1 ผืนใช้เวลา 2 สัปดาห์ แต่ละเดือนจะได้ 2- 3 ผืน แต่งานนี้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็นั่งทำได้ ส่วนการขายไปตามงานโอท๊อปต่างๆ และถนนคนเดินวันอาทิตย์ของจังหวัดเชียงใหม่

 

 

 

 

อย่างไรก็ตามยังมีอาชีพเสริมเป็นศิลปินพื้นบ้าน ที่ร้องเพลงมาตั้งแต่ปี 2533 เริ่มร้องเพลงลูกกรุง แต่หลายคนฟังแล้วเสียงเหมือนศิลปินล้านนาชื่อดัง พี่แอ็ด “สุนทรี เวชานนท์” จึงได้หันมาร้องเพลงล้านนาของพี่แอ็ดที่เคยร้องไว้ และเพลงอื่นๆ จนเป็นที่รู้จักมีงานร้องเพลงมากขึ้น หลายคนฟังเสียงร้องก็นึกว่าเป็นพี่สุนทรี มาร้องเอง จนกลายเป้นศิลปินพื้นบ้านมีงานร้องเพลงอยู่ต่อเนื่องในวงการชื่อฉายาว่า”แว่นแก้ว” พร้อมดชว์เสียงเพลงสดๆ พร้อมกับนั่งปักผ้าไปด้วย

Comments

comments