พัฒนาความสามารถทางนวัตกรรมของผู้ประกอบการใหม่ภาคเหนือ Startup รุ่นที่ 2

Share This:

ที่โรงแรมนิมมาน จ.เชียงใหม่ นายวิเชียร สุขสร้อย รองผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ องค์การ มหาชน , ผศ.ดร.เกษมศักดิ์ อุทัยชนะรอง ผอ. STeP และนางวิภาวัลย์ วรพุฒิพงษ์ ประธานหอการค้าจ.เชียงใหม่ ร่วมกันเปิดตัวโครงการการพัฒนาความสามารถทางนวัตกรรมของผู้ประกอบการใหม่ (Startup) ภาคเหนือ รุ่นที่ 2 โดยทาง NIA จับมือ STeP พร้อมเครือข่ายพันธมิตร เดินหน้าสร้าง Startup ภาคเหนือ ในโครงการ “พัฒนาความสามารถทางนวัตกรรมของผู้ประกอบการใหม่ภาคเหนือ รุ่นที่ 2”

จากกระแสตอบรับและความสำเร็จในโครงการ “พัฒนาความสามารถทางนวัตกรรมของผู้ประกอบการใหม่ภาคเหนือ รุ่นที่ 1” ซึ่งสามารถเติมเต็ม Ecosystem ด้วยผู้ประกอบการใหม่ (Startups) ที่มีความพร้อมดำเนินธุรกิจมากกว่ากว่า 30 ราย และได้รับการพิจารณาสนับสนุนทุนต่อยอดธุรกิจมูลค่า 19 ล้านบาทเสร็จสิ้นเมื่อปี 2560 ไปแล้วนั้น

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA และอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) ร่วมกับหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เดินหน้าการสนับสนุนสร้าง Startups ภาคเหนือให้มีความรู้ความสามารถเพื่อยกระดับการแข่งขันทางธุรกิจด้วยโครงการ “พัฒนาความสามารถทางนวัตกรรมของผู้ประกอบการใหม่ภาคเหนือ รุ่นที่ 2 – Northern Innovative Startup Thailand (NIST) : Batch 2” กำหนดเปิดตัวโครงการฯ ในวันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 2561 ณ Nimman Convention Centre โรงแรม ยู นิมมาน จังหวัดเชียงใหม่ โดยกลุ่มเป้าหมายหลักโครงการ คือ เครือข่ายทายาทนักธุรกิจรุ่นใหม่ (Young Entrepreneur Council : YEC), กลุ่ม Startup และกลุ่มที่มีศักยภาพในการเป็น Startup ตลอดจนกลุ่มผู้บริหารขององค์กร บริษัท หน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัยที่มีให้บริการด้านการบ่มเพาะธุรกิจให้บริการมีกิจกรรมส่งเสริม Startup ซึ่งจะต้องอยู่ภายใต้อุตสาหกรรมเป้าหมาย 9 ด้าน ดังนี้อสังหาริมทรัพย์ (PropertyTech) การเกษตรและอาหาร (AgriTech / Food Startup) การแพทย์และสาธารณสุข (HealthTech) การเงินและการธนาคาร (FinTech) อุตสาหกรรมการศึกษา (IndustryTech) การท่องเที่ยว (TravelTech) ไลฟ์สไตล์ ( LifeStyle) พาณิชยกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (E-commerce) เทคโนโลยีภาครัฐ/การศึกษา (GovTech/EdTech)

ผู้ประกอบการที่ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่โครงการฯ จะได้เรียนรู้และฝึกฝนผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการและกิจกรรมมากมาย ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการเป็นผู้ประกอบการได้อย่างสมบูรณ์ อาทิเช่น กิจกรรม 4 Days Startup Boot Camp, กิจกรรม 6 Weeks Coaching Program, กิจกรรม Feasibility Study, การ Pitching เพื่อนำเสนอแผนธุรกิจ โดยผู้ประกอบการที่ผ่านการพิจารณาจะได้รับการสนับสนุนทุนดำเนินธุรกิจจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) มีมูลค่าสูงถึง 1.5 ล้านบาท โครงการ “พัฒนาความสามารถทางนวัตกรรมของผู้ประกอบการใหม่ภาคเหนือ รุ่นที่ 2 – Northern Innovative Startup Thailand (NIST) : Batch 2” จึงนับเป็นโครงการที่มีกิจกรรมการสร้างผู้ประกอบการให้มีความรู้ความสามารถในการเติบโตทางธุรกิจอย่างมั่นคงและก้าวกระโดดได้อย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศสู่ความยั่งยืนต่อไป

ผศ.ดร.เกษมศักดิ์ อุทัยชนะ รองผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า การเปิดตัว “โครงการพัฒนาความสามารถทางนวัตกรรมของผู้ประกอบการใหม่ภาคเหนือ : Northern Innovative Startup Thailand: NIST) รุ่นที่ 2 หรือที่บางท่านอาจเคยได้ยินและคุ้นหูกับการเรียกชื่อย่อสั้นๆ กับคำว่า โครงการ NIST ซึ่งเป็นโครงการที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ (สอว.) ร่วมกันจัดโครงการ โดยโครงการ NIST เป็นโครงการที่มีกิจกรรมที่สามารถสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการให้มีความรู้ความสามารถในการเติบโตทางธุรกิจอย่างมั่นคงและก้าวกระโดด โดยผู้ประกอบการที่ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการจะต้องผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการที่มีเนื้อหาและการลงมือปฏิบัติจริงอย่างเข้มข้นจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งกิจกรรมสนับสนุนมากมาย อาทิเช่น กิจกรรม 4 Days Startup Boot Camp, กิจกรรม 6 Weeks Coaching Program, กิจกรรม Feasibility Study, การ Pitching เพื่อนำเสนอแผนธุรกิจ ตลอดจนผู้ประกอบการจะมีโอกาสได้รับงบประมาณในการสนับสนุนการดำเนินธุรกิจจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) อีกด้วย

“โครงการพัฒนาความสามารถทางนวัตกรรมของผู้ประกอบการใหม่ภาคเหนือ : Northern Innovative Startup Thailand: NIST” เราดำเนินการจัดโครงการรุ่นที่ 1 และเสร็จสิ้นลงไปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งมีกระแสตอบรับที่ดีจากผู้ประกอบการ Startup เพราะสามารถช่วยเติมเต็มระบบนิเวศ Startup Ecosystem ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นด้วยผู้ประกอบการที่มีความพร้อมในการดำเนินธุรกิจได้มากกว่า 30 ราย และเดินหน้าความต่อเนื่องในการสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ โดยการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ จึงมีการดำเนินโครงการฯ ต่อในรุ่นที่ 2 นี้

ในฐานะผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินโครงการฯ ขอขอบพระคุณกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และอีกหนึ่งหน่วยงานสำคัญที่ช่วยสนับสนุนโครงการฯ ขอขอบคุณหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่, เครือข่ายทายาทนักธุรกิจรุ่นใหม่ (Young Entrepreneur Council : YEC) รวมทั้งกลุ่ม Startup และกลุ่มที่มีศักยภาพในการเป็น Startup และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ร่วมมือช่วยกันเป็นแรงขับเคลื่อนให้แก่เศรษฐกิจภาพรวมของประเทศสู่ความยั่งยืน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดกิจกรรมเช่นนี้ต่อเนื่องในปีต่อๆ ไป

นายวิเชียร สุขสร้อย รองผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ในนามของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ผมขอขอบคุณสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่และกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ และอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ ที่ให้เกียรติผมร่วมเปิดตัวโครงการ “Northern Innovative Startup รุ่นที่ 2” ในวันนี้ตามที่คณะกรรมการพัฒนาระบบนวัตกรรมของประเทศ (คพน.) ในการประชุมครั้งที่ 1/2559 เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2559 ซึ่งมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีมติมอบหมายกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จัดทำโครงการ National Campaign Startup Thailand เพื่อเป็นการระดมผู้ประกอบการรายใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศให้มารวมตัวกัน เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการสร้างผู้ประกอบการใหม่ในระดับนานาชาตินั้น โดยรัฐบาลมีนโยบายปรับโครงสร้างระบบเศรษฐกิจของประเทศและเป็นไปตามวิสัยทัศน์ของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นในการเป็นนักรบทางเศรษฐกิจใหม่ (New Economic Warrior: NEW) โดยกำหนดให้ประเทศไทยเป็นพื้นที่เปิดสำหรับการเติบโตของอาเซียน ทั้งนี้เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นให้เป็นนักรบทางเศรษฐกิจที่สามารถใช้ทรัพยากรของประเทศในการผลิตสินค้าและบริการ รวมไปถึงเรื่องมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่ม การจ้างงานในท้องถิ่น และการกระจายรายได้สู่ภูมิภาค รวมทั้งก่อให้เกิดอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนประเทศ

ซึ่งรัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผู้รับผิดชอบหลัก โดยมีสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เป็นหน่วยงานหลักดำเนินโครงการ Startup Thailand เพื่อเป็นการระดมผู้ประกอบการรายใหม่ของประเทศให้มารวมตัวกัน พัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้น ตลอดจนพัฒนาความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา ในการสร้างความตระหนักและความตื่นตัว จิตวิญญาณความเป็นผู้ประกอบการ สู่กระบวนการบ่มเพาะและการพัฒนาผู้ประกอบการ เพื่อเร่งพัฒนาธุรกิจสู่ตลาดสากล โดยได้มีการกำหนดประเภทของ Startup ตามกลุ่มอุตสาหกรรมจำนวน 9 กลุ่มอุตสาหกรรม 9 กลุ่มได้แก่ (1) ด้านเกษตรและอาหาร (2) ด้านการแพทย์และสาธารณสุข (3) ด้านการเงินและการธนาคาร (4) ด้านอุตสาหกรรมการศึกษา (5) ด้านการท่องเที่ยว (6) ด้านไลฟ์สไตล์ (7) ด้านพาณิชยกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (8) ด้านภาครัฐ/การศึกษา (9) ด้านอสังหาริมทรัพย์ จะเห็นได้ว่า การจัดกิจกรรม Startup Thailand ต่างๆ ที่ผ่านมา ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้ที่สนใจทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและเป็นไปตามแนวทางนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาลในเรื่องของการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่สำหรับการสร้างธุรกิจใหม่ด้วยกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ที่มีพื้นฐานในรูปแบบโดยการเอาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการยกระดับและพัฒนาความสามารถของผู้ประกอบการในระดับภูมิภาค

ดังนั้น สนช.และอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือร่วมกับสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ และหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคเหนือ จึงได้จัดกิจกรรม “การสร้างผู้ประกอบการธุรกิจนวัตกรรมรุ่นใหม่ภาคเหนือ” (Northern Innovative Startup : NIS) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในการทำธุรกิจสูง แต่ยังขาดการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อการสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างรวดเร็วและยั่งยืน ซึ่งภาคเหนือของประเทศไทยถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีผู้ประกอบการธุรกิจรุ่นใหม่ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในปัจจุบันมี Startup ในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 500 ราย โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่กรุงเทพ (80%) เชียงใหม่ (10%) และภูเก็ต (5%) ตามลำดับ โดยโครงการ NIST รุ่นที่ 1 มีผู้ประกอบการใหม่ที่เข้าร่วมโครงการในช่วงเริ่มต้นและผ่านกิจกรรมการเฟ้นหาผู้ประกอบการนวัตกรรมใหม่ (3 Days Startup Program) จำนวน 70 บริษัท และถูกคัดเลือกจำนวน 35 บริษัท เพื่อเข้าสู่กิจกรรมหลักสูตรธุรกิจนวัตกรรมสำหรับ Startup (Startup 8 Weeks Coaching Program) การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ (Feasibility Bootcamp) และกิจกรรม Feasibility Pitching ซึ่งมีผู้ประกอบการใหม่ที่สามารถพัฒนาแผนธุรกิจและได้รับการสนับสนุนจาก สนช. จำนวน 31 ราย มูลค่าการสนับสนุนรวม 18,596,000 บาท

“เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมในการพัฒนาผู้ประกอบการ startup จึงได้ดำเนินกิจกรรม “การสร้างผู้ประกอบการใหม่ในเขตภาคเหนือ รุ่นที่ 2” (Northern Innovative Startup Thailand Batch 2) โดย สนช. มีความคาดหวังของการดำเนินโครงการในระยะที่ 2 เพื่อพัฒนาความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา ในการสร้างความตระหนักและความตื่นตัว (Awareness) จิตวิญญาณความเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurial Mindset) สู่กระบวนการบ่มเพาะและการพัฒนาผู้ประกอบการ (Incubation) โดยมีเป้าหมายสร้างนักรบทางเศรษฐกิจใหม่ (New Economic Warrior: NEW) จำนวน 240 ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ ที่จะสามารถสร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 1,200 ล้านบาท และเร่งสร้างผู้ประกอบการที่สามารถพัฒนาประเทศไปสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมและสังคมฐานความรู้ภายใน 4 ปี” นายวิเชียร สุขสร้อย รองผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

สำหรับผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายบ่มเพาะธุรกิจและเทคโนโลยี อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชั้น 3 (อาคาร A) อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ (เชียงใหม่) 155 หมู่ 2 ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50100 หรือโท

Comments

comments