อันซีนดอยม่อนอังเกตุชมวิว 360 องศาเช็ดอิน 4 อำเภอชม 8 อำเภอ 2 จังหวัด (มีคลิป)

Share This:

บ้านปางขุมอีกหนึ่งจุดขายหมู่บ้านธรรมชาติ วิถีชีวิตของ 2 ชนเผ่าและ 1 พื้นราบอยู่ร่วมกันแบบพี่น้อง การเกษตรแบบปลอดสารนักท่องเที่ยวมากินและเก็บด้วยตนเอง ชูจุดขายดอยม่อนอังเกตุ 1,840 เมตรจากระดับน้ำทะเล ชม 8 อำเภอ 2 จังหวัด หรือเช็คอิน 4 อำเภอ 2 จังหวัด

ผู้สื่อข่าวพาไปอีกหนึ่งหมู่บ้าน ที่ผ่านการคัดเลือกโครงการหมู่บ้านท่องเที่ยวสานพลังประชารัฐ ของจังหวัดเชียงใหม่ บ้านปางขุม หมู่ 1 ตำบลยั้งเมิน อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมูู่บ้านที่เตรียมเปิดสู่การท่องเที่ยวอย่างเต็มตัวที่มีความอันซีนของธรรมชาติ สภาพอากาส การเกษตรแบบปลอดภัย และความสวยงามของการชมวิว 360 องศาบนดอยม่อนอังเกตุความสูงที่ 1,840 เมตรจากระดับน้ำทะเล หน้าร้อนสภาพอากาศยังลดลงถึง 12 องศาเซลเซียสจุดพิเศศของดอยแห่งนี้สามารถเช็คอินได้ 4 อำเภอ 2 จังหวัด คืดอำเภอสะเมิง แม่ริม และแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮองสอน สามารถมองวิวเห็นเขื่อนแม่งัดอุดมธารา อำเภอแม่แตง เห็นวิวตัวเมืองเชียงใหม่ เห็นดอยอินทนนท์ ได้ชัดเจน หากท้องฟ้าเปิดแจ่มใส่ ซึ่งสามารถชมได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

นายพิชิตชัย พิชยาการ อายุ 36 ปี ประธานการท่องเที่ยวบ้านปางขุม กล่าวว่าหมู่บ้านของตนถือเป็นเรื่องใหม่ที่จะเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และการเกษตรแบบปลอดสาร ให้กับนักท่องเที่ยวได้เข้ามาสัมผัสเที่ยวชมวิถีชีวิต ประเพณีและวัฒนธรรม ที่คงสืบทอดต่อกันมานับ 100 ปี ที่ชาวบ้านในพื้นที่มีชาวปกากญอ ชาวลีซอ และคนพื้นราบเพียงเล็กน้อย แต่ร่วมกันแบบพี่น้องทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยกันไม่มีความขัดแย้งของชนเผ่าเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตมจุดขายที่จะนำมาเป็นแม่เหล็กดึงดูให้นักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นคนไทยและต่างประเทศเดินทางเข้ามาอย่างแรกเป็นความเชื่อ วิถีชีวิตของชาวบ้าน 2เผ่าอยู่ร่วมกัน ดอยม่อนอังเกตุที่มองได้ 360 องศาแล้วเห็นได้ 8 อำเภอ 2 จังหวัด มีความสูงต่ำกว่าดอยอ่างขางเล็กน้อยเส้นทางยังเป็นดินลูกรังแบบธรรมชาติ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยว เพราะหมู่บ้านมีความพร้อมเกือยทุกด้านแต่ก้จะต้องเพิ่มเติมเสริมจุดบกพร่องเพื่อเติมเต็มให้สมบูรณ์ด้านบริการและสาธารณูปโภค ที่จะคงมนต์เสน่ห์ของบ้านดอยไว้

ทั้งนี้การร่วมกลุ่มอย่างเข้มแข็งของชาวบ้านของ 2 ชนเผ่าและ 1 พื้นราบ ไว้ให้กับคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาสืบสานต่อโดยจะไม่เปิดให้คนนอกพื้นที่เข้ามาเหมือนแหล่งท่องเที่ยวอื่นจนทำให้วิถีชีวิตมนต์เสน่ห์แบบธรรมชาติที่เคยมีสูญหายไป จะสวงนพื้นที่พื้นดินไว้ให้กับคนในหมู่บ้านเท่านั้น จะไม่ให้มีโรงแรมหรู รีสอร์ทสิ่งอำนวยความสะดวกมากจนทำลายธรรมชาติที่มีลงไป เพราะพวกเราจะใช้บ้านเป็นโฮมสเตย์ที่พักให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวเดียวกัน

Comments

comments