จะหยุด!.หรือไปต่อประชุมตรงริมลำห้วยทุกคนตอบไปต่อเพราะอาหารเด็กอยู่กับเรา ครูหลังเขา(มีคลิป)

Share This:

แชร์ภาพคุณครูดอยแบกข้าวของข้ามน้ำเพื่อไปสอนและทำอาหารกลางวันอย่างยากลำบาค จิตวิญาณของครูหลังเขาที่ไม่ย้อท้อเดินทางผ่านสายน้ำป่า
ไหลหลากเพื่อนำวัตถุดิบและผลไม้เพื่อไปทำอาหารและสอนเด็กนักเรียน โรงเรียนบ้านห้วยหมูพิทยา ต้องเดินเท้ากว่า 8 กิโลเมตรเพื่อเดินถึงหมู่บ้านและโรงเรียนต้องถูก ตัดขาดจากโลกภายนอก “จะหยุด!..หรือไปต่อ ประชุมตรงริมลำห้วย ทุกคนตอบไปต่อ เพราะอาหารเด็กอยู่กับเรา”

จากโลกโซเซียลพากันแชร์ชื่นชมกลุ่มคุณครูจำนวน 4 คนทั้งชายและหญิงและชาวบ้านรวมกัน 6 คนพากันพลัดช่วยกันแบกสิ่งของเพื่อข้ามน้ำที่กำลังไหลเฉียว
จากกระแสน้ำป่าไหลมาตามลำธารลำน้ำที่ต้องผ่านเพื่อเดินทางไปสอนนักเรียน จากเฟสบุ๊คผู้ใช้ชื่อ Sodasai Sodasai น้ำภาพและคลิป บางส่วนมาเผยแพร่เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2561 ช่วง 15.31 น. ระบุข้อความไว้ว่า ด้วยความเป็นพี่ที่สุดในสนาม..แห่งการเดินทางในครั้งนี้ ก่อนอื่นนั้นต้องขอขอบคุณทุกกำลังใจ… ทีส่งผ่านคอมเม้นท์โซ เชียลเข้ามา อยากจะบอกว่า นอกจากกำลังใจจากเด็กนักเรียนแล้ว..พวกเราก็ได้รับกำลังใจจากพวกท่านที่ทำให้ “ครูหลังเขา”..อย่างพวกเรามีแรงพลังใจในการปฏิบัติ หน้าที่ต่อไป
ขอบคุณจากใจจริงๆค่ะ…การเดินทางในครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นการเดินทางลำบากในครั้งแรก เพราะทุกปี เราจะเจอเหตุการณ์แบบนี้…ครูตลอดจนชาวบ้านเสมือนถูกตัดขาดจาก
โลกภายนอก….รถเข้า/ออกไม่ได้ ไม่มีถนนให้ผ่าน พอหลังจากน้ำลด ก็จะเหลือไว้แต่ซากไม้และก้อนหินก้อนใหญ่ เส้นทางที่เราเคยขับผ่านได้ก็ต้องแก้ไขด้วยตนเองชาว
บ้าน/ครู ช่วยกันเก็บซากและก้อนหินเพื่อเป็นช่องทางเดินรถในระยะต่อไป
?ครูก็ซ่อมมอเตอร์ไซค์ยกใหญ่..อาจมีหลายคำถาม ว่า…”ล่ะครูจะรีบไปทำไม”
ตอบคำถามตรงๆว่า
….- ครูไม่ทราบถึงสถานการณ์น้ำ เนื่องจากติดต่อใครไม่ได้จนมาถึงครึ่งทาง เจอสถานการณ์ให้เลือก คล้ายๆว่า..จะหยุด!..หรือไปต่อ ประชุมตรงริมลำห้วย ทุกคนตอบไป
ต่อ เพราะอาหารเด็กอยู่กับเรา
….- ความคิดครูตอนนั้น คือ น้ำป่า หากฝนหยุดก็แห้งเร็ว หากเราติดอยู่ตรงนั้น นอกจากครูจะไม่มีที่พัก ไม่มีเสื้อผ้ามาเปลี่ยนในขณะที่เนื้อตัวเปียกปอน เด็กก็รออีก
อาหารก็จะเน่าเสีย
…- เราเดินทางกันหลายคนรวมทั้งชาวบ้านคงไม่เป็นไร ช่วยกันแบกช่วยกันหามแค่ 8 กม.เอง
…- เราเดินทางกันด้วยใจ พยายามพูดคุยให้ทุกคนมีความสุขจากการลำบาก
…- สถานการณ์ภายภาคหน้าไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
…- เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้น ยิ่งทำให้พวกเราคิดว่า นอกจากคำว่า<เพื่อนร่วมงานแล้วเราคือพี่น้องกัน> เราจะทำหน้าที่ของครูด้วยจิตวิญญาณ.. ให้ความรัก ให้กำลังใจซึ่งกัน
และกัน สู้ด้วยใจกันต่อไปค่ะ *ภาพการเคลื่อนย้ายน้องเมื่อคืน ด้วยแรงใจของชาวบ้านตอนนี้น้องปลอดภัยเเล้ว* ออกโรงพยาบาลไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้วค่ะ*

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปนางสาวโสภา กันทะวงค์ ซึ่งเป็นผู้โพสตคลิปภาพและข้อความ เผยว่าตนเองเป็นครูผู้ช่วย ช่วงดังกล่าวได้คณะครูเดินทาง 4 คนชาวบ้านไปช่วยอีก 2 คน เพื่อนำอาหารสด วัตถุดิบและผลไม้เพื่อไปทำอาหารหลางวันเลี้ยงใหักับเด็กเรียน ครูไม่ได้ขึ้น/ลงทุกวันค่ะ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง คือเสาร์-อาทิตย์ ระยะจากตัวอำเภอแม่ สะเรียงประมาณ 56 กม.ค่ะเป็นทางเนินเขาที่รถสมารถวิ่งได้ประมาณ 48 กม. โรงเรียนบ้านห้วยหมูพิทยา คนที่คุ้นจะเรียกว่าห้วยหมูเน่า หมู่บ้านห้วยกองแป ม.3 ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน โรงเรียนแห่งนี้มีที่โรงเรียนมีครูผู้สอน 3 คนเป็นหญิง 2 คน ชาย 2 คน รวมทั้งรักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนรวมเป็น 4 แต่จะมีครูธุรการที่ เวียนขึ้นไปช่วยเดือนละ 1 สัปดาห์และมีครูพี่เลี้ยง 1 คน หลังจากส่วนรักษาการ ผอ.ลงไปส่งครูผู้หญิงที่บาดเจ็บยังไม่สามารถลุยน้ำขึ้นมาได้ อย่างไรก็ตามคลิปและภาพ ต่างๆ ที่เผยแพร่ไปนั้น ต้องการให้เห็นถึงความยากลำบาค เพราะปัญหาเส้นทางถนน เพราะช่วงที่จะต้องเข้าถึงหมู่บ้านต้องใช้การเดินเท้าลุยน้ำยิ่งช่วงนี้ฝนตกต่อเนื่อง ทำ ให้เกิดน้ำป่าไหลหลากอยากลำบาคเป็นหลายเท่า อย่างน้อยวอนให้มีการทำถนนเข้ามาก็ยังดี ครูยินดีค่ะที่ให้นำคลิปภาพไปใช้เผยแพร่

Comments

comments