รัฐมนตรีเกษตรลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอุโมงค์ผันน้ำแม่แตงลงแม่งัดไปแม่กวง (มีคลิป)

Share This:

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ติดตามความคืบหน้าการขุดเจาะอุโมงค์ส่งน้ำแม่แตง – แม่งัดและแม่กวงอุดมธาราเพื่อ แก้ปัญหาภัยแล้งแล้งการขาดแคลนน้ำในลุ่มน้ำปิงโดยการลงพื้นที่พบการขุดเจาะอุโมงค์ผันน้ำนั้นล่าช้าเกินกว่ากำหนดเจาะได้เพียงร้อยละ 23 เท่านั้น

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการขุดเจาะอุโมงค์ ส่งน้ำแม่แตง – แม่งัด การขุดเจาะอุโมงค์ส่งน้ำแม่แตง-แม่งัด บริเวณอุโมงค์ส่งน้ำเข้า – ออก หมายเลข 2 บ้านทับเดื่อ ตำบลอินทขิล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา หวังแก้ปัญหาน้ำท่วม-และภัยแล้งในลุ่มน้ำปิงอย่างยั่งยืน

ด้านนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าการลงพื้นที่วันนี้เป็นการตรวจสอบความก้าวหน้าการก่อสร้างอุโมงค์ผันน้ำที่เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2558 จะแล้วเสร็จในปี พศ. 2564 ซึ่งขณะนี้มีความล่าช้าในการก่อสร้างซึ่งในสัญญานั้นต้องความคืบหน้าในการก่อสร้างร้อยละ 53 แล้วแต่ขณะนี้พบปัญหาสามารถก่อสร้างได้เพียงร้อยละ 23 เท่านั้นซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการตรวจสอบว่าสาเหตุความล่าช้านั้นมาจากการผิดพลาดทางเทคนิคและการศึกษาสภาพสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติหรือการประสานงานระหว่างหน่วยงานพร้อมกันนี้จะตั้งคณะกรรมการทำงานติดตามความคืบหน้าในการก่อสร้างขึ้นอีกชุดเพื่อรายงานปัญหาเพื่อให้การก่อสร้างเสร็จตามกำหนดสัญญา ส่วนปัญหาการก่อสร้างอุโมงค์ ที่เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาตินั้นขณะนี้เรื่องอยู่ในระหว่างคณะอนุกรรมการของกรมอุทยานคาดว่าน่าจะแล้วเสร็จก่อนที่การก่อสร้างอุโมงค์จะไปถึงจุดนั้นอย่างไรก็ตามจะพยายามเร่งดำเนินการให้มีการก่อสร้างแล้วเสร็จตามเวลาเพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของผู้ใช้น้ำซึ่งถ้าหากโครงการนี้แล้วเสร็จจะเป็นตัวอย่างโครงการของทางรัฐบาลครั้งการแรกที่จะสามารถนำไปต่อยอดพัฒนาก่อสร้างในพื้นที่อื่นได้

ขณะที่ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ว่า กรมชลประทาน ได้ดำเนินโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กววงอุดมธารา จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง ปัจจุบันภาพรวมของการก่อสร้างมีความคืบหน้าไปมากกว่า ร้อยละ 23 เข้า – ออก หมายเลข 2 เป็นการขุดเจาะอุโมงค์ส่งน้ำระยะที่ 2 ช่วงลำน้ำแม่แตง(ประตูระบายน้ำแม่ตะมาน) – เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 เมตร ระยะทาง 25.624 กิโลเมตร ปริมาณน้ำผ่านอุโมงค์สูงสุด 28.50 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมอาคารประกอบ ขณะนี้สามารถขุดเจาะได้ระยะทางประมาณ 1,264 เมตร คิดเป็นความก้าวหน้า ร้อยละ 14 หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะสามารถผันน้ำส่วนเกินจากลำน้ำแม่แตง ประมาณ 113 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนพฤศจิกายน ไปยังอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ก่อนจะส่งต่อไปยังอ่างเก็บน้ำ เขื่อนแม่กวงอุดมธาราตามลำดับ

 

ในส่วนของความคืบหน้าการขุดเจาะอุโมงค์ส่งน้ำระยะที่ 1 ช่วงเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล – เขื่อนแม่กวงอุดมธารา ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4.20 เมตร ระยะทางประมาณ 22.975 กิโลเมตร ปริมาณน้ำไหลผ่านอุโมงค์สูงสุด 26 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมอาคารประกอบ ปัจจุบันสามารถขุดเจาะได้ระยะทางประมาณ 6,319 เมตร คิดเป็นความก้าวหน้า ร้อยละ 33.577 ผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลในช่วงฤดูฝน ที่มีปริมาณน้ำเกินความต้องการเฉลี่ยได้ประมาณ ปีละ 47 ล้านลูกบาศก์เมตร ช่วยลดการสูญเสียน้ำโดยเปล่าประโยชน์ได้เป็นอย่างมาก


ทั้งนี้ โครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ทั้ง 2 ระยะ คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จตามกำหนด ในปี 2564 สามารถเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้กับอ่างเก็บน้ำแม่กวงอุดมธารา ได้เฉลี่ยปีละประมาณ 160 ล้านลูกบาศก์เมตร สำหรับใช้ในการอุปโภคบริโภค การเกษตร อุตสาหกรรม และรักษาระบบนิเวศ ช่วยเพิ่มเสถียรภาพการใช้น้ำในช่วงฤดูฝนของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนแม่กวงอุดมธาราได้ประมาณ 175,000 ไร่ ส่วนในช่วงฤดูแล้ง เพิ่มจาก 17,060 ไร่ เป็น 76,129 ไร่ นอกจากนี้ ยังสามารถสนับสนุนการใช้น้ำของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แตง ได้อีกประมาณ 14,550 ไร่ รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการใช้น้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และลำพูน จากปีละ 13 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น 50 ล้านลูกบาศก์เมตร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำปิงตอนบน ซึ่งกรมชลประทาน ได้นำระบบโทรมาตรและระบบเตือนภัยน้ำท่วมมาใช้ในการบริหารจัดการน้ำและเตือนภัยจากน้ำหลากที่เกิดขึ้นล่วงหน้า เพื่อบรรเทาอุทกภัยและลดความเสียหายจากสภาวะน้ำท่วมในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ได้อีกด้วย

หลังจากนั้น คณะสื่อมวลชน ได้ลงพื้นที่โครงการฝายวังปาน ซึ่งตั้งกั้นลำน้ำปิง ระหว่างตำบลหนองล่อง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน และ ตำบลสบเตี๊ยะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อพบปะกับชาวบ้านและกลุ่มผู้ใช้น้ำทั้ง 2 จังหวัด ซึ่งในอดีตเคยประสบปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งอย่างรุนแรง เนื่องจากฝายวังปานเดิมอยู่ในสภาพชำรุด ประกอบกับในปี 2554 เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ยิ่งสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง ชาวบ้านผู้ใช้น้ำจากฝายวังปาน ทั้ง 2 จังหวัดได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ทำให้เกิดข้อพิพาทแย่งชิงน้ำกัน จึงร้องขอให้หน่วยงานราชการหาแนวทางให้ความช่วยเหลือ

 

กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยได้ดำเนินการก่อสร้างฝายคอนกรีตทดแทนฝายเดิม เพื่อให้ใช้งานได้เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน สามารถบริหารจัดการน้ำได้ทั้งในฤดูแล้งและในฤดูฝน ขณะนี้ได้การดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ สามารถส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรและการใช้น้ำเพื่อผลิตประปาของราษฎรทั้ง 2 จังหวัด ได้ประมาณ 4,000 ไร่ ส่งผลให้ราษฎรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีผลผลิตการเกษตรและรายได้ต่อปีเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์น้ำ (เก็บกักน้ำ)เอื้อประโยชน์ในการทำประมงและเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของทั้ง 2 จังหวัดอีกด้วย

Comments

comments