เจ้าอาวาสวัดล่ามช้างและชาวบ้านค้านนำที่ธรณีสงฆ์ติดวัดให้เช่าทำโรงแรมผิดวัตถุประสงค์เดิมเพื่อโรงเรียนเท่านั้น (มีคลิป)

Share This:

เจ้าอาวาสวัดล่ามช้างและชาวบ้านค้านนำที่ธรณีสงฆ์ติดวัดให้เช่าทำโรงแรมผิดวัตถุประสงค์เดิมเพื่อโรงเรียนเท่านั้น หลังมีการเปลี่ยนมือมา 3 ราย แอบขออนุญาตก่อสร้างจากเทศบาลนครเชียงใหม่เพื่อปรัปรุงเป็นโรงแรม ทางวัดและชาวบ้านขอคัดค้านได้ยื่นหนังสือไปหลายภาคส่วนแต่ยังไม่มีการแก้ไข แม้กระทั่งสำนักพระพุทธฯ เชียงใหม่ที่ขอเช่า คืนเป็นที่วัด แต่ก็ถูกปฎิเสธอ้างติดสัญญาเช่าทั้งสัญญาต้องปีต่อปี

หลังจากมีการนำพื้นที่ธรณีสงฆ์ วัดเดิมเตาปูน ติดกับวัดลามช้าง ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ จากที่เคยเป็นโรงเรียนแต่หลังจากปิดตัวมีการประกาศขายเช่าซื้อสัญญาจนล่าสุดมีผู้เช่าซื้อต่อได้เริ่มดำเนินการปรับปรุงอาคาร จนทำให้ทางเจ้าอาวาสวัดและชาวบ้านในพื้นที่คัดค้านยื่นหนังสื่อไปภาคส่วนต่างๆ แต่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ มีปรับปรุงอาคารเพื่อจัดเตรียมทำเป็นโรงแรม ล่าสุด พระครูปลัดอานนท์ วิสุทโธ เจ้าอาวาสวัดล่ามช้าง กล่าวว่าทางวัดและชาวบ้านตลอดจนภาคีเครื่อข่ายต่างๆ ไม่เห็นด้วยที่จะให้ที่ติดกับวัดมาทำโรงแรมซึ่งผิดวัตุถประสงค์ที่ระบุเช่าเพื่อโรงเรียนเท่านั้น แต่เดิมเพื่อป้องกันไม่ให้การใช้พื้นที่ไปอย่างอื่นจึงได้ยินยอมให้ที่วัดล้างคือวัดเตาปูนแห่งนี้ ที่เคยเป็นของวัดล่ามช้าง เป็นโรงเรียนแทน จนกระทั่งโรงเรียนได้ปิดตัวลงไป แต่กลับมีการนำมาประกาศขายทางเฟสบุ๊คให้เช่าซื้อสัญญาต่อ

วัดล่ามช้างนั้นจากหลักฐานทางโบราณคดีที่พอสืบค้นได้นั้นมีวัดร้างที่อยู่ในพื้นที่วัดล่ามช้างคือ วัดต้นปูนหรือเตาปูน ตั้งอยู่ติดกันบริเวณด้าทิศเหนือของวัด เป็นวัดป่าไผ่ ตั้งอยู่บริเวณหน้าวัดล่ามช้าง แต่เดิมวัดต้นปูน ประวัติโดยย่อจากคำบอกเล่าของผู้สูงอายุชาวบ้านล่ามช้างและจากหนังสือวัดร้างในเมืองเชียงใหม่ เรื่อง วัดต้นปูนหรืออีกชื่อที่ชาวบ้านเรียกอีกอย่างว่าวัดเตาปูนสันนิฐานว่าครั้งเมื่อพระยามังรายทรงสร้างเมืองเชียงใหม่นั้นบริเวณนั้นเป็นที่สำหรับเผาปูนซีเมนต์สำหรับใช้ก่อสร้างเมืองเชียงใหม่ปูนในสมัยนั้นทำจากปูนขาวที่หาได้จากธรรมชาตินำมาเผาและตำผสมกับน้ำมันที่ได้จากธรรมชาติ เช่น น้ำมันละหุ่ง น้ำมันที่ทำจากยางไม้ ชนิดต่างๆ นำมาตำไห้เข้ากันแล้วนำไปใช้ก่อสร้างวัดวาอารามเช่นการปั้นลวดลายต่างๆ ปั้นพระพุทธรูป และยังเป็นที่เผาอิฐหรือที่ภาษาพื้นเมืองเรียกว่า ดินกี่ นั่นเองโดยมีคำบอกเล่าจาก พระครูสิทธิวรเวช ( ครูบาสิงห์ กญจโน ) อดีตเจ้าอาวาสวัดล่ามช้าง

บริเวณหน้าวัดล่ามช้างมีหนองน้ำขนาดใหญ่มากนั่นก็เกิดจากการขุดเอาดินขึ้นมาทำอิฐเพื่อก่อสร้างเมือง วัดวาอารามต่างๆ จนต้องเอาช้างมาล่ามไว้เพื่อกินน้ำอาบนั่น เพราะสถานที่เป็นวัดต้นปูนนั้นไม่ไกลจากที่ประทับของพระญามังรายซึ่งอยู่บริเวณวัดเชียงมั่น ในปัจจุบันพอสร้างเมืองเชียงใหม่แล้วเสร็จสถานที่ใช้เป็นที่เผาทำปูนซีเมนต์สร้างเมืองนั้นเลยสร้างเป็นวัดชื่อว่าวัดต้นปูนหรืออาจจะเพี้ยนมาตามคำบอกเล่าของชาวบ้านและอดีตเจ้าอาวาสวัดล่ามช้างว่าเดิมอาจจะชื่อว่า วัดเตาปูนก็เป็นได้สถานที่เลี้ยงช้างทรงพระญามังราย ชื่อช้างพระญาพรายมงคลนั้นก็สร้างเป็นวัดชื่อวัดล่ามช้างมาจนถึงปัจจุบันพอมาถึงยุคหนึ่งวัดต้นปูนเกิดร้างไปเพราะภาวะบ้านเมืองเข้าสู่ภาวะสงครามขาดการดูแลเอาใจใส่ชาวบ้านก็เลยอัญเชิญพระพุทธรูปทั้งพระประธานและพระองค์น้อยใหญ่ต่างๆไปประดิษฐ์ฐานไว้ที่วัดล่ามช้างที่มีกำแพงติดกันและสถานที่แห่งนี้ก็กลายเป็นวัดร้าง

ชาวบ้านล่ามช้างก็เลยใช้ทำเป็นที่สำหรับจัดกิจกรรมต่างๆของวัดล่ามช้างและกิจกรรมของชาวบ้านมาตั้งแต่อดีต จนถึงสมัยหนึ่งชุมชนบ้านล่ามช้างไม่มีโรงเรียนให้เด็กบุตร หลาน ของตนได้เรียนใกล้บ้านจึงมีมติร่วมกันของชาวบ้านและวัดล่ามช้างโดยพระครูสิทธิวรเวชอดีตเจ้าอาวาสในขณะนั้นมอบหมายให้ นางสาวประไพ ระเบ็ง ซึ่งเปิดโรงเรียนเด็กเล็กที่ชุมชนหนองหล่ม ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ย้ายมาเปิดในที่วัดต้นปูน ( ร้าง ) ในชื่อโรงเรียนอนุศึกษา เปิดทำการเรียนการสอนราวประมาณ ปี พ.ศ. 2500 เป็นต้นมา ภายใต้การอุปถัมภ์จากวัดล่ามช้างอันเห็นได้จากการที่หลวงพ่อพระครูสิทธิวรเวช ได้สร้างอาคารเรียนคอนกรีตเสริมเหล็กจำนวน 1 หลัง ราคาประมาณ สองล้านบาทซึ่งก็ใช้มาจนถึงปัจจุบันและสร้างสาธารณูปโภคต่างๆหลายรายการเพราะเล็งเห็นความสำคัญว่าการเรียนของเด็กๆในบ้านล่ามช้างและทั่วไปนั้นสำคัญมาก แม้จะเป็นโรงเรียนเอกชนก็ให้ความสำคัญเพราะคือโรงเรียนในชุมชนในบ้านล่ามช้างชาวบ้านจึงช่วยกันอุปถัมภ์ร่วมกับวัดมาตลอดหลายสิบปี บัดนี้โรงเรียนได้ประกาศเลิกกิจการไปแล้ว

อย่างไรก็ตามมีการขายเช่าซื้อพื้นที่มาจนถึงายที่ 3 ได้ทราบว่าไปยื่นของทำโรงเรียนเพื่อการโรงแรม ทำให้ทางวัดและชาวบ้านเป็นกังวลเพราะหากแก้ไขแบบนี้ทำให้กลายเป็นโรงแรมซึ่งผิดวัตุถประสงค์เดิม เหมือนทางโรงเรียนเดิมหมดไปแล้วก็น่าจะคืนพื้นที่เพื่อให้เป็นสาธณณะประโยชน์ของชุมชน จึงได้ยื่นขอเช่า แต่ทางสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ปฎิเสธ ขอคืนยุบรวมก็ถูกปฎิเสธเพราะอ้างว่ามีสัญญาค้างต่อการเช่า ทั้งที่การเช่าจะเป็นปีต่อปี ความห่วงใยของชาวบ้านล่ามช้างและชุมชนล่ามช้างนั้นเกรงการเข้ามาของเอกชนซึ่งอาจจะนำพื้นที่ไปใช้ในภาคธุรกิจที่อาจส่งผลกระทบกับวัดล่ามช้างซึ่งอยู่ติดกันมากเพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นวัดมาก่อนและผลกระทบกับชาวบ้านเองซึ่งพื้นที่ดังกล่าวชาวบ้านได้อนุรักษ์ไว้มาหลายสิบปีโดยการทำเป็นโรงเรียนแต่ด้วยเหตุที่จำนวนนักเรียนมีน้อยจึงต้องหยุดกิจการด้วยเหตุนี้

ทั้งนี้ยังมีผู้สูงอายุที่เกิดพศ. 2490 ที่เคยอยู่ในพื้นที่ทราบข้อมูลเป็นอย่างดี สามารถเป็นพยานบุคคลที่ยื่นยันได้พื้นที่แต่เดิมเป็นอย่างไร ตลอดจนการตัดทำถนนเดิมผ่านอ้อมวัดซึ่งพื้นที่แห่งนี้เป็นทางตัน ก่อจะมาตัดถนนเลกภายหลังซึ่งนายช่างตัดถนนที่เหลือเพียง 1 คนก็สามารถเป็นพยานยืนยันได้อีก วัดล่ามช้างและชาวชุมชนเลยต้องหาวิธีป้องกันพื้นที่ประวัติศาสตร์อันมีมายาวนานคู่กับเมืองเชียงใหม่และคู่กับบ้านล่ามช้างชุมชนล่ามช้างไว้คงอยู่ไม่ให้เป็นพื้นที่เพื่อการพาณิชย์ที่ผิดเจตนารมณ์แต่เดิมของชาวบ้านและวัด

Comments

comments