(มีคลิป) เชียงใหม่ บ้านเหมืองกุง”ชุมชนปั้นดินเผา” รอวันเปิดท่องเที่ยว มาฝึกปั้นฝึกสมาธิ

Share This:

เชียงใหม่ ผลกระทบโควิด-19 กว่า 2 ปีเศษ บ้านเหมืองกุงชุมชนเครื่องปั้นดินเผาชื่อดัง ของจังหวัดเชียงใหม่ ผญบ. เผยมีนักท่องเที่ยวชุดสุดท้ายจากยุโรปจองเข้ามาปลายปี 2562 จนถึงขณะนี้ยังรอเดินทางเข้ามาศึกษาเรียนรู้การปั้น ส่วนยอดรายได้จากเดือนนับหมื่นหายไปกว่าร้อยละ 50-60 คงอยู่ได้ในสถานการณ์โควิด-19 นำเครื่องปั้นไปตกแต่งใช้ปลูกต้นไม้พอมีรายได้เลี้ยงครอบครัว พ่อแม่ผู้ปกครอง อยากพาบุตรหลานที่เครียดจากการเรียนออนไลน์กักตัวสนใจไปเรียนการปั้นเพื่อผ่อนคลายได้ แต่รับเฉพาะแบบครอบครัวเล็กๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด

#ชมคลิปบรรยากาศของกิจกรรมบ้านเหมืองกุง ได้ที่นี่

จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ เชิญชวนไทยมาเที่ยวไทย กับโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพิ่มมูลค่า เชื่อมโยงธรรมชาติและเศรษฐกิจท้องถิ่น จังหวัดเชียงใหม่ ขึ้นกับ 5 เส้นทางการท่องเที่ยวชุมชน 10 หมู่บ้าน เพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชนในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ยกระดับและเพิ่มมูลค่าสินค้าและการบริการทางการท่องเที่ยวด้วยฐานวัฒนธรรมล้านนา การพัฒนาชุมชนท่องเทีายวในพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ ให้เป็นชุมชนตัวอย่างด้านการท่องเที่ยวชุมชน

มาที่ชุนชนแรก บ้านเหมืองกุง กลุ่มเหมืองกุงปั้นดินเผาน้ำต้นและหม้อน้ำ จากดินอยู่หมู่ที่ 7 บ้านเหมืองกุง ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ถนนสายเชียงใหม่-หางดง สี่แยกไปอำเภอสะเมิง จะเห็นน้ำต้นขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สูง 18 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 8.85 เมตร อยู่ปากทางเข้าหมู่บ้าน เป็นสัญลักษณ์ เอกลักษณ์ของชุมชน ยังคงมีช่างปั้นอยู่กว่า 30 กวาครัวเรือน อยู่ในพื้นที่ของหมู่บ้าน นักท่องเที่ยวสามารถจอดรถด้านหน้าแล้วเดินเข้าไปตามบ้านเรือนประมาณ 500 -600 เมตรเพื่อดูิถีชวิตของชาวบ้านการปั้นต้นน้ำ หม้อน้ำ มีการปรับรูปแบบให้เป็นของแต่งบ้านและกระถางปลูกต้นไม้ เป็นภาชนะต่างๆ ให้เข้ากับยุคสมัย แต่คงความเป็นรูปแบบโบราณ ที่สืบทอดกันกว่า 200 ปี ซึ่งช่างปั้นที่อายุมากที่สุดอุ้ยดี หรือนางฤดี สืบคำเปียง อายุ 83 ปี เป็นช่างปั้นอายุมากที่สุดในหมู่บ้าน ตอนนี้ที่ปากทางเข้าหมู่บ้านมีการตกแต่งการทำปฎิมากรรมเครื่องปั้นของสล้า หรือ ช่างไว้ พร้อมภาพอุ้ยดี ให้เป็นจุดถ่ายภาพเซลฟี่ เช็คอินว่าได้มาถึงแล้วบ้านเหมืองกุง นอกจากน้ำต้นยักษ์ใหญ่ที่สุดในโลก

#ฟังเสียงผู้ใหญ่บ้าน ติ้ง ได้ที่นี่

นายวชิระ สีจันทร์ อายุ 48 ปี สล่า หรือช่างปั้น รุ่น 3 ต่อจากครอบครัว ผู้ใหญ่บ้านบ้านเหมืองกุง กล่าวว่างานเครื่องปั้นดินเผา ของเหมืองกุงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มาตั้งแต่ปลายปี 2562 หรือ 2019 หลังจากเริ่มการประบาดปลายปี นักท่องเที่ยวจากยุโรปเป็นครอบครัว ที่จะพากันเดินทางมาศึกษาเรียนรู้การปั้นของหมู่บ้าน เป็นชุดสุดท้ายที่ยังรอการเดินทางเข้ามาจนถึงขณะนี้ ที่ผ่านมาชุมชนเปิดการเรียนการสนอให้กับนักท่องเที่ยว วันละ 2 ชุด เพราะจะใช้เวลา ครึ่งวัน ต่อ 1 ชุด กับการเข้ามาทำกิจกรรม การชมหมู่บ้านของการปั้นของสล่า หรือช่าง ตามบ้านเรือน โดยเฉพาะส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ ก่อนจะเข้ามาเรียนการปั้นหม้อน้ำ หรือโอ่งน้ำขนาดเล็ก ซึ่งแต่ละคนที่ปั้นออกมาจะแตกต่างกัน จะกลายเป็นชิ้นเดียวในโลกจากฝีมือของแต่ละคน ใครที่ต้องการนำกลับไป จะต้องรอถึง 5 วันผ่านกระบวนการให้แห้ง และเผา ถึงจะได้ผลงานของตนเองออกมา แต่การปั้นเด็กๆจะชื่นชอบมากเพราะได้เล่นกับดิน ส่วนนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นจะให้ความสำคัญมาเรียนรู้จนสามารถปั้นได้เหมือนพ่อครู เพราะเป็นงานปั้นด้ววยมือ หรืองานแฮนด์เมด

มาจนถึงขนาดนี้ชุมชนที่มีรายได้จากการท่องเที่ยว ได้หายไปกว่า 2 ปีเศษ ตามช่วงเวลาของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รายได้ แต่ก่อนคนที่จะมาเรียนคิดการเรียนการสอนหัวละ 100 บ้าน หากจะเพิ่มอาหารว่าง 50 บาท อาหารกลางวันอีก 80 บาท จากรายได้เดือน 1 หมื่นกว่าบาท มาตอนนี้เหลือเพียง 4-5 พันบาทต่อเดือน จากการปั้นน้ำต้น หม้อน้ำ หรือโอ่ง หลายคนจะนำไปตกแต่งบ้านเรือน ยิ่งช่วงโควิดจะนำไปเป็นกระถางปลูกต้นไม้ ก็พอมีรายได้เลี้ยงครอบครัว ส่วนตอนนี้ทางชุมชุนจะไม่รับนักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัดเข้ามาท่องเที่ยวในชุมชุน เพื่อป้องกันการแพร่ะบาดจาดไวรัสดควิด-19 แต่หากเป็นคนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่แต่ไม่รับเป็นแบบคณะใหญ่ จะเปิดให้พ่อแม่ผู้ปกครอง หรือมาเแบบครอบครัว ไม่มีประวัติเสี่ยงต้องการพาบุตรหลานเข้ามาเรียนรู้การปั้นหรือผ่อนคลาย ได้สนุนกับกิจกรรม ก็ยังรับเข้ามาแต่จะมีมาตรการเข้มของการตรวจคัดกรอง สวหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เว้นระยะห่าง ล้างมือ เพราะในชุมชนมีผุ้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงเป็นช่างปั้นจำนวนมาก ซึ่งเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งจะมีแต่พ่อแม่ค้าเก่าเข้ามาสินค้าไปขายเท่านั้น

ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านเหมืองกุงเดิมมีชื่อว่า “บ้านสันดอกคำใต้” ซึ่งเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ของเชียงใหม่ มีการปั้นน้ำต้นและหม้อน้ำมานานกว่า 200 ปี จากคำบอกเล่าที่สืบทอดต่อกันมา ชาวบ้านเหมืองกุงส่วนหนึ่งเป็น ชาวไทที่ถูกกวาดต้อนมาจากเมืองปุ เมืองสาด รัฐเชียงตุงซึ่งแต่เดิมเคยเป็นส่วนหนึ่งของไทย แต่หลังจากที่พม่าตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ รัฐเชียงตุงที่มีอาณาเขตติดกับพม่าก็ถูกบุกยึดให้อยู่ใต้การปกครองของอังกฤษ แต่พออังกฤษคืนเอกราชให้แก่พม่า พม่าก็นำเอารัฐเชียงตุงกลับไปเป็นดินแดนของตน ซึ่งปัจจุบันรัฐเชียงตุงอยู่ในเขตรัฐฉานของประเทศพม่า

สำหรับใครที่สนใจต้องการไปเรียนการปั้น สามารถติดต่อได้ที่หมายเลข 089-5227082 ,086-3184732 นายวชิระ สีจันทร์ อายุ 48 ปี ผู้ใหญ่จะเป็นครูผู้สอน หากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ดีขึ้นพร้อมเปิดหมู่บ้านเพื่อตอ้นรับนักท่องเที่ยวเหมู่กลุ่ม หมู่ คณะได้

จบ***+++++++++++++++++ข่าว
ศิระ วีรตันตยาภรณ์/เชียงใหม่
0919191969/0919191998

Comments

comments