(มีคลิป) เชียงใหม่ ชุมชน – จาวยอง ต.บวกค้างพร้อม รอฉีดวัคซีนพร้อมกันทั้งจังหวัดเกิน 70 % มาแอ่วเน้อ

Share This:

เชียงใหม่ รอเปิดท่องเที่ยวชุมชนชาวยอง 95 % หนึ่งเดียวในเชียงใหม่ ให้กลับมามีรายได้ บ้านป่าตาล ตำบลบวกค้าง อำเภอสันกำแพง ถือว่าเป็นตำบลเดียว หนึ่งเดียวในจังหวัดเชียงใหม่หมู่บ้านชาวยอง 95% คงอนุรักษ์สืบสานประเพณีวัฒนธรรม การแต่งกาย การพูดจา และอาหารพื้นบ้าน โควิด-19 การท่องเที่ยวชุมชน ได้รับผลกระทบกลายเป็นศูนย์ จากที่เคยมีนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศต่างประเทศแวะเวียนมา ตอนนี้ความหวังการท่องเที่ยวฟื้นกลับมา แต่มีเงื่อนไขที่จังหวัดเชียงใหม่ต้องฉีดวัคซีนให้ได้เกิน 70 % เพื่อเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ

#ติดตามชมคลิป ของชุมชนชาวยอง 95 % และการจำลองทุกอย่างไว้ที่วัดป่าตาลได้ที่นี่

จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ เชิญชวนไทยมาเที่ยวไทย กับโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพิ่มมูลค่า เชื่อมโยงธรรมชาติและเศรษฐกิจท้องถิ่น จังหวัดเชียงใหม่ ขึ้นกับ 5 เส้นทางการท่องเที่ยวชุมชน 10 หมู่บ้าน เพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชนในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ยกระดับและเพิ่มมูลค่าสินค้าและการบริการทางการท่องเที่ยวด้วยฐานวัฒนธรรมล้านนา การพัฒนาชุมชนท่องเทีายวในพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ ให้เป็นชุมชนตัวอย่างด้านการท่องเที่ยวชุมชน

มาเที่ยวชมชุมชนที่ 2 เป็นอีกหนึ่งชุมชุน ที่รอความหวังจากการเปิดท่องเที่ยวของจังหวัด ในห้วงเดือนปลายปีนี้ จากการนำร่อง 4 อำเภอ คืออำเภอแม่แตง อำเภอแม่ริม อำเภอเมืองเชียงใหม่ และอำเภอดอยเต่า พร้อมเปิดเต็มรูปแบบเมื่อมีการฉีดวัคซีนเกินร้อยละ 70 ของประชากรเป้าที่ 1.2 ล้านคน วันนี้พาไปดูความพร้อมของบ้านป่าตาล ชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวัฒนธรรม ภูมิปัญญา วิถีชาวยองตำบลบวกบวกค้าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ถนนสายเชียงใหม่-แม่ออน ตัดใหม่ จากตัวเมืองไปประมาณ 20 กว่ากิโลเมตร จะเห็นสี่แยกตำบลบวกค้าง เลี้ยวเข้าไปประมาณ 500-600 เมตรจะพบวัดป่าตาล ซึ่งเป็นจุดศูนย์ของชุมชน จุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นตำบลเดียวในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นชาวยองกว่าร้อยละ 95

ซึ่ง พระครูถิรบุญวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดป่าตาล ได้ร่วมกับคนในชุมชน สร้างและพัฒนาวัดและหมู่บ้านให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ภูมิปัญญา ชุมชนแห่งการอนุรักษ์ประเพณี วิถีชาวยอง หมู่บ้านป่าตาล หมู่4 ตำบลบวกค้าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ สำหรับมีเวลาน้อย สามารถชมวิถีชีวิตของชาวยองได้ครบ ภายในวัดป่าตาล มีพระสิงห์ยองอายุกว่า 400 ปี อยู่ในวิหารเล็ก ภายในมีภาพวาดวิถีชีวิตของชาวยอง ซึ่งมีตลอดทั้งปี 12 เดือนจะประเพณีของชาวยอง นอกจากนี้ได้จำลองวิถีชีวิตของชาวยองในอดีต เป็นพิพิธภัณฑ์ขึ้นจุดจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง ผลผลิตทางการเกษตรที่เป็นแบบอินทรีย์ มีการทอผ้าซิ้นยอง เสื้อผ้าแบบชาวยองจำหน่าย โดยเฉพาะสมุนไพรที่ใช้รักษาดูแลสุขภาพ ซึ่งในห้วงนี้ทางวัดได้ทำน้ำสมุนไพรเพื่อต้านโควิด-19 ให้กับชาวบ้านได้ดื่มทุกวัน ซึ่งใครที่เข้ามาทางชุมชนและวัด มีมาตรการเข้มจะต้องผ่านการคัดกรอง ตรวจวัดไข้ ล้างมือ ทำกิจกรรมแบบเว้นระยะห่าง สวมหน้ากากตลอดเวลา

นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความพร้อม ในการต้อนรับนักท่องเที่ยว ซึ่งหลังจากเกิดวิกฤตไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงต้นปีมา การท่องเที่ยวกลายเป็นศูนย์ ทำให้ชุมชนขาดรายได้จากที่เคยมีนักท่องเที่ยวหมุนเวียนเข้ามา และนักเรียน นักศึกษาและบุคคลทั่วไป เข้ามาศึกษาเรียนรู้ดูงาน ของชุมชนป่าตาลแห่งนี้ เรียกว่าไม่ขาดสาย เพราะคงอนุรักษ์วัฒนธรรม ภูมิปัญญาและสัมผัสวิถีชีวิตคนยอง ซึ่งหมู่บ้านป่าตาลตั้งอยู่ตำบลบวกค้าง เป็นคนยองอาศัยอยู่กว่าร้อยละ 95 ยังมีการอนุรักษ์ภาษาพูด การแต่งกายและวิถีชีวิต โดยเฉพาะหมู่บ้านป่าตาล บ้านแต่ละหลังคาเรือนจะมีคนในชุมชนทำหัตถกรรมภูมิปัญญาต่าง ๆ อาทิเช่น การทำจักสาน สานข้าวกล่องจากใบตาล สานตะกร้า สานไม้กวาด ทำโคม ทำหมวกกะโล่โบราณ การทำน้ำหนัง การทำข้าวแคบ การทอผ้า การตัดเย็บเสื้อผ้าพื้นเมือง ผลิตภัณฑ์สมุนไพรพื้นบ้าน การปลูกผัก ทำสวนเศรษฐกิจพอเพียง ยังมีชุดชาวยองทั้งหญิงและชาย ให้เช่าชุดละ 50 บาทได้ถ่ายรูป สำหรับ

นักท่องเที่ยว และผู้เข้ามาศึกษาดูงานมีบริการไกล์ชุมชน จะพานำเที่ยวชมวิถีชีวิตภายในชุมชน มีโฮมสเตย์ ที่พัก ร้านอาหาร ไว้ค่อยบริการอย่างครบวงจร ซึ่งเป็นของชุมชนที่ร่วมแรงร่วมใจกัน พร้อมแล้วต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ส่วนใครที่ชื่ชอบรถจักรยานยนต์หายาก หรือ ไม้ใบด่าง ที่บ้านผู้ใหญ่บ้านอยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัดป่าตาล นายสมเจตน์ คำแสงโทรสอบถามได้ที่หมายเลข 091-0710344 หรือเข้าไปที่ เฟซบุ๊คเที่ยวบ้านป่าตาล ชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวัฒนธรรม ภูมิปัญญา วิถีชาวยอง

ทั้งนี้ ชาวยอง ตำบลบวกค้างแห่งนี้ คงสืบสานอนุรักษ์ ส่งเสริม สืบทอดภูมิปัญญา มากว่า 200 ปี ที่ได้อพยพมาอยู่ที่นี่ เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้มาศึกษาเรียนรู้ สืบต่อไปให้มั่นคงถาวร เพื่อเป็นการแสดงออกถึงชาติพันธ์ อัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของคนยอง และยังเป็นการสนับสนุนการเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนชาวยอง เพื่อรายได้ของคนในชุมชนให้ลุกหลานชาวยองได้ทำงานอยู่กับบ้านไม่ต้องออกจากถิ่นไปไหน ยังก่อให้ เกิดความรักความสามัคคี และมีความสุขร่วมกันของคนในชุมชน

จบ***+++++++++++++++++ข่าว
ศิระ วีรตันตยาภรณ์/เชียงใหม่
0919191969/0919191998

Comments

comments