(มีคลิป) เชียงใหม่ ทำไม”หนี”จากเมืองกลับเข้าดอย เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่”ชาวกะเหรี่ยง “โปว์ แบบไร้เผา

Share This:

เชียงใหม่ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงเข้าแก้ไขคุณภาพชีวิต ทำไร่หมุนเวียน ปลอดการเผา อำเภอสบเมย ประสบผลสำเร็จลดการเผาทางการเกษตรก่อให้เกิดปัญหาหมอกควันและไฟป่า โมเดลบ้านห้วยน้ำใส นำคนรุ่นใหม่ชาวกระเหรี่ยงต้นแบบกลับคืนหมู่บ้านเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ ทิ้งงานจากในเมืองเชียงใหม่ มาพลิกฟื้นพื้นที่ทำเกษตรวิถีใหม่ เพิ่ม
คุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ ที่สำคัญคืนพื้นที่ป่าให้กับราชการเกือบ 1 พันไร่ พร้อมต่อยอดขยายไปพื้นที่อื่นๆ

อีกหนึ่งความสำเร็จจากโมเดลบ้านห้วยน้ำใส หมู่ที่ 9 ตำบลสบเมย อำเภอสบเมย จังหวัดเชียงใหม่ การทำเกษตรแบบวิถีใหม่ ปลอดจากไฟลดการเผา เพิ่มรายได้ สร้างคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ ที่สำคัญแก้ไขปัญหาไฟป่าและควันจากฝุ่นควันพิษ PM2.5 อีกทั้งทำให้คนรุ่นใหม่ที่ต้องออกจากหมู่บ้านไปหางานทำในเมืองอย่างจังหวัดเชียงใหม่ได้กลับคืนถิ่นมาเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ นายวรชิต ศรีพนาลัย หรือปั๊บ เป็นชาวกะเหรี่ยง โปว์จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้ทำงานอยู่ในเมืองเชียงใหม่ได้ 3 ปี มีรายได้เดือนประมาณ 15,000 บาท มีค่าใช้จ่ายเดือนละ 7-8 พันบาท หลังจากพ่อแม่อายุมาก พื้นที่การเกษตรของบ้านถูกปล่อยทิ้งร้างประกอบกับปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงตัดสินใจกลับบ้านก่อนจะมาพลิกพื้นที่ดินของตนเองทำการเกษตรกรแบบวิถีใหม่ ตอนนี้จากรายได้รายปี ก็เริ่มเห็นผลจากพืชระยะสั้น ส่วนพื้นระยะยาวกำลังให้ผลตัวที่กำลังมีรายได้เสาวรสหวาน

โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง ได้เข้ามาช่วยเหลือจนเป็นเกตรกรต้นแบบรุ่นใหม่ของการทำการเกษตรแบบผสมผสาน จากที่เคยทำไร่หมุนเวียน มีการแผ่วทางเผา ของการปลูกข้าวไร่ พริกกระเหรี่ยง และปลูกพืชผักไว้รับประทาน มีรายได้ต่อปี 30,000 – 37,000 บาท/ปี ได้ใช้เวลาเกือบ 2 ปีที่กลับมาอยู่ปรับพื้นที่ สิ่งแรกสร้างแหล่งน้ำเข้ามาในพื้นที่เพื่อการเพาะปลูกพืชผัก ผลไม้ตามฤดูกาล ไม้ยืนต้นต่างๆ ที่จะมีรายได้เป้นรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือนจากพื้นที่ปลูกแบบผสมผสาน ที่สำคัญเป็นการปลูกพืชแบบไร้สารเคมี นำเศษวัชพืชร่วมไปข้าวไร่ที่ต้องเคยเผานำมาเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ทำให้ลดการเผา ก่อมลพิษจากฝุ่นควันไฟป่าปัญหาPM2.5 ลงไป

นายพินิจ วันนา หัวหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมย กล่าวว่า บ้านห้วยน้ำใส มีประชาชน 86 ครัวเรือน เป็นชาวเขาเผ่าปกากะญอ (กระเหรี่ยง โบว์ ) พื้นที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ มีขอบเขตพื้นที่ชุมชน 8,490 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธาร ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำ 1 และ 2 ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ ทุรกันดาร และยากต่อการเข้าถึงการพัฒนาของรัฐ ประกอบกับการขาดความรู้และทางเลือกในการประกอบอาชีพ ประสบปัญหาความยากจน มีการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างไม่ถูกต้อง คือการทำไร่หมุมเวียน ปลูกข้าวไร่และพริกกะเหรี่ยง จำนวน 1,903 ไร่ ส่วนใหญ่ผลิตเพื่อยังชีพและบริโภคในครัวเรือนเป็นหลัก มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต และขาดความมั่นคงทางด้านอาหาร รายได้ 37,000บาท/ปี จากพื้นที่ส่วนใหญ่ขาดแคลนแหล่งน้ำ ทำให้มีการบุกรุกพื้นที่ป่า และหมอกควันจากการเผาเศษพืชเกิดปัญหาไฟป่า

ที่สำคัญความสำเร็จเกิดจากความร่วมมือของชาวบ้านหวยน้ำใส หมู่ที่ 9 ตำบลสบเมยแห่งนี้ ช่วยลดปัญหาหมอกควัน และลดเผาป่า บนพื้นที่สูง เกิดจากการพัฒนาอย่างสมดุลและยั่งยืนแบบโครงการหลวง ที่เน้นให้ชุมชนสามารถมีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพ ด้วยระบบเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยใช้องค์ความรู้และงานวิจัยใหม่เพื่อเพิ่มทางเลือกในการประกอบอาชีพ สร้างให้ชุมชนมีความมั่นคงด้านอาหาร มีอาชีพที่หลากหลายและมีตลาดรองรับ เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยลดปัญหาหมอกควันบนพื้นที่สูง นอกจากนี้การขยายผลองค์ความรู้โครงการหลวงยังทำให้ชุมชนตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีการฟื้นฟูพื้นที่ทำการเกษตร ลดพื้นที่ทำไร่หมุนเวียนกลับคืนเป็นพื้นที่ป่าให้กับสังคมและประเทศ จำนวน 966 ไร่

จบ************************************ข่าว
ศิระ วีรตันตยาภรณ์/เชียงใหม่
0919191969/0919191998

Comments

comments